แทนคุณแผ่นดิน :: กระดานสนทนา
พฤศจิกายน 01, 2014, 07:15:11 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: การที่จะตั้งกระทู้ หรือตอบกระทู้ได้  จะต้องทำการ login ทุกครั้ง
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 40 41 [42] 43 44 ... 134
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข่าวน่ารู้วันนี้  (อ่าน 147886 ครั้ง)
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #615 เมื่อ: กันยายน 19, 2011, 01:31:44 AM »

เจ้าพระยาน้ำเพิ่มสูงสุด นายกเทศมนตรีนครเร่งเสริมคันดีน
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล่าสุดพบ ว่า ระดับน้ำยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง แม่น้ำพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,884 ลบ.ม./วินาที สูงกว่าเมื่อวาน 5 เซนติเมตร ทำให้ระดับน้ำสูงเหนือสันเขื่อนของทางเทศบาลแล้ว
    นายจิตตเกษมณ์ นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครสวรรค์ เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้เตือนว่าปริมาณน้ำทางภาคเหนือจะไหลมาสมทบต่อเนื่อง จะทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นน่าจะสูงที่สุดและหากฝนไม่ตกระดับน้ำจะเริ่มทรงตัว จึงประกาศเตือนประชาชนให้เก็บสิ่งของไว้ในที่ปลอดภัย
    ส่วนการป้องกันทางเทศบาลนครนครสวรรค์จะเสริมคันดินรับน้ำเพิ่มให้สูงขึ้น คาดว่าน่าจะสามารถป้องกันน้ำท่วมในเขตเศรษฐกิจได้ ซึ่งในวันที่ 20 ก.ย.นี้คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำจะมีปริมาณสูงที่สุดและจะเริ่มลงลงช้าๆ สรุปความเสียหายในตัวเมืองปากน้ำโพ มีชุมชนที่ถูกน้ำท่วมรวม 22 ชุมชน 1,596 ครัวเรือน 4,788 คน ได้รับความ ส่วนพื้นที่รอบนอกที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านน้ำได้เอ่อล้นท่วมในพื้นที่ อำเภอโกรกพระ อ.พยุหะคีรี สูงกว่า 3 เมตรเต็มทุกพื้นที่ หลายพื้นที่ประชาชนเริ่มจขาดแคลนน้ำดื่มแล้ว (breakingnews.nationchannel.com 18 ก.ย.54)

"ทักษิณ"ให้คำมั่น"เสื้อแดง"อีกไม่นานกลับไทย
       ความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพำนักอยู่ในประเทศกัมพูชา ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ให้การต้อนรับคณะต่างๆ จากประเทศไทยที่เดินทางไปพบปะ โดยเฉพาะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ตลอดจนแกนนำและสมาชิกคนเสื้อแดงกว่า 100 คนที่ได้เหมารถบัสเดินทางที่โรงแรมพนมเปญ
       ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณได้ยกเลิกกำหนดการตีกอล์ฟร่วมกับสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เนื่องจากสมเด็จฮุนเซนมีอาการเจ็บมือ โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้กล่าวกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินทางเข้าพบว่า "มั่นใจว่าอีกไม่นานจะได้เดินทางกลับเมืองไทย"......
       สำหรับแกนนำเสื้อแดงคนสำคัญที่เข้าร่วมได้แก่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ น.พ.เหวง โตจิราการ นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายอารีย์ ไกรนรา นายขวัญชัย ไพรพนา นายสุพร อัตถาวงศ์ นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช และ นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล
       สมเด็จฮุนเซน กล่าวต้อนรับว่า การจัดเลี้ยงครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ 1. เป็นการพบปะของผู้นำระหว่างราชอาณาจักรกัมพูชาและราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในด้านความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้งสอง และ 2. ให้ทุกท่านที่มาจากราชอาณาจักรไทย ได้มาพบปะกับพี่ชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งทุกท่านได้สนับสนุนมานานแล้ว
       "ทุกท่านอย่าเป็นห่วง ถึงแม้ว่า ท่านทักษิณ จะไม่สามารถไปพบปะท่านได้ที่ประเทศไทย แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถมาพบปะทุกท่านที่ประเทศกัมพูชา พร้อมกับย้ำว่า ขอให้ทุกคนจงเชื่อว่า ตนจะปกป้อง พ.ต.ท. ทักษิณ ให้ยังเป็นผู้นำตลอดไป" สมเด็จฮุนเซน กล่าว พร้อมทั้งอวยพรให้ พ.ต.ทักษิณ ซึ่งตนเคารพเหมือนเป็นพี่ชายมีความสุขและประสบความสำเร็จ (กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 18 ก.ย.54)

เตรียมกู้2หมื่นล้านอุ้มน้ำมัน-ก๊าซ
       กองทุนน้ำมันฯเตรียมกู้เงิน 2หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่องชดเชยพลังงานช่วงปลายปี หลังเงินไหลเข้าหดขณะที่รายจ่ายบาน
       หลังรัฐบาลได้ยกเลิกการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดทำให้ สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) หรือ สบพ. อยู่ระหว่างเตรียมแผนกู้เงินในวงเงินไม่เกิน 20,000 ล้านบาท มาเพิ่มสภาพคล่อง เนื่องจากขณะนี้มีเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันเพียงเล็กน้อย แต่มีเงินไหลออกติดลบวันละ110 ล้านบาท หรือคิดเป็นเดือนละ 3,303 ล้านบาท
       ทั้งนี้ฐานะกองทุนน้ำมันฯสุทธิติดลบอยู่ที่ 190 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลส่งสัญญาณจะตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ออกไปอีก หลังมีการยืดอายุการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลไปจนถึงสิ้นปี ซึ่งจะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะดูแลราคาพลังงานได้
        แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานระบุว่า หากรัฐบาลยังใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ ดูแลราคาพลังงานอยู่ สบพ.ก็จำเป็นต้องวางแผนกู้ให้เสร็จก่อน ธ.ค.เพราะช่วงปลายปี ราคาพลังงานภาพรวมจะมีราคาสูง โดยเฉพาะดีเซล
       อย่างไรก็ตาม สบพ.ได้ประเมินสถานะกองทุนน้ำมันฯ ในอนาคตช่วงปลายปี 2554 เมื่อหักลบภาระหนี้จ่ายคืนทั้งการนำเข้าแอลพีจี การตรึงราคาเอ็นจีวี ตลอดจนการชดเชยน้ำมันพลังงานทดแทนทุกชนิด ตามระยะเวลาครบกำหนดชำระคืนแล้ว จะมีเงินเหลือเพียง615 ล้านบาทเท่านั้น และจะใช้เงินได้แค่อีก 6 วันในการดูแลราคาพลังงาน จึงจำเป็นต้องเตรียมการในเรื่องการกู้เงินไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหาการขาดสภาพคล่อง
       ทั้งนี้แม้กระทรวงพลังงานจะเลือกวิธีการกู้เงินเพื่อใช้ดูแลราคาน้ำมัน แต่หากยังไม่ปรับโครงสร้างพลังงานให้ชัดเจน ท้ายสุดวงเงินจำนวนกู้จะใช้ได้ไม่เกิน 6-7 เดือน เพราะปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีรายได้จากการจัดเก็บแก๊สโซฮอล์ 95 เข้ากองทุนน้ำมันฯ วันละ 9.32 ล้านบาท และรายได้จากการเก็บก๊าซแอลพีจี ภาคอุตสาหกรรมวันละ 15.3 ล้านบาทเท่านั้น
      แหล่งข่าวยืนยันว่า รัฐบาลควรเร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ เช่น เอ็นจีวี แอลพีจีและราคาน้ำมันโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะเป็นภาระของกองทุนน้ำมันฯ (โพสต์ทูเดย์ 18 ก.ย.54)

อาเซอร์ไบจันกร้าว จัดการพ่อ-แม่ที่ต่อต้านการห้ามคลุมฮิญาบในโรงเรียน
      สำนักข่าว เอเอฟพี –  กระทรวงศึกษาธิการอาเซอร์ไบจันแถลงเมื่อวันพุธ (14/09) ว่า ทางการจะจัดการลงโทษอย่างเด็ดขาด กับผู้ปกครองที่ฝ่าฝืนกฎห้ามนักเรียนหญิงคลุมฮิญาบในโรงเรียน
      อาเซอร์ไบจันมีประชากรส่วนมากเป็นมุสลิม แต่ใช้การปกครองแบบเซคิวล่าร์ โดยแยกศาสนาออกจากการเมือง
      Zamina Aligyzy โฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า ผู้ปกครองจำนวนมากไม่ให้ลูกไปโรงเรียน เนื่องจากทางการสั่งห้ามเด็กนักเรียนคลุมฮิญาบในโรงเรียน ทางการอ้างว่าเครื่องแบบนักเรียนไม่ได้ระบุให้มีการคลุมฮิญาบ
      การสั่งห้ามคลุมฮิญาบในโรงเรียนก่อให้เกิดการประท้วงโดยมุสลิมที่เคร่งครัด อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า การที่พ่อ-แม่ไม่ให้ลูกไปโรงเรียนก็เป็นการทำผิดกฎหมายเช่นกัน
      เด็กนักเรียนจำนวนหนึ่งโทร.มาร้องเรียนที่กระทรวงว่า ถูกผู้ปกครองสั่งห้ามไปโรงเรียน
      มุสลิมส่วนมากในอาเซอร์ไบจันเป็นชาวชีอะฮฺ แต่ถูกกดอยู่ภายใต้ระบอบปกครองของรัสเซียเป็นเวลานาน และได้ใช้การปกครองแบบเซคิวล่าร์เมื่อแยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียตแล้ว อาเซอร์ไบจันเป็นประเทศสำคัญที่จัดหาพลังงานเชื้อเพลิงให้ชาติพันธมิตรนาโต้ ในภารกิจต่อต้านก่อการร้ายในอัฟกานิสถาน (สำนักข่าวมุสลิมไทย )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 19, 2011, 03:07:15 PM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #616 เมื่อ: กันยายน 19, 2011, 03:12:01 PM »

แผ่นดินไหวแถบภูเขาหิมาลัยตายเพิ่มเป็น50คนแล้ว
        เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้พลั่วและมือเปล่า ขุดเอาศพเหยื่อแผ่นดินไหวออกมาจากใต้เศษซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่มในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย, เนปาลและทิเบต ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งเป็น 50 คนแล้ว
        ที่รัฐสิกขิม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 คน หลังเกิดแผ่นดินไหว วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.9 ริคเตอร์ เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ซึ่งต้องใช้กำลังทหารในการดึงศพออกมาได้ 18 ศพ ส่วนอีก 7 ศพ ถูกฝังอยู่ใต้ซากคอนกรีตในเมืองกังต็อค เมืองเอกของรัฐสิกขิม นอกจากนี้ ยังมีอีก 11 ศพ ในรัฐพิหารและเวสต์ เบงกอล
        ด้านสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า พบผู้เสียชีวิต 7 คนที่เนปาล และทิเบตอีก 7 คน โดยส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากบ้านเรือนของพวกเขา มีรากฐานที่ไม่มั่นคงหลังจากเจอ ฝนกระหน่ำอย่างหนักในช่วงฤดูมรสุม ทำให้พังถล่มลงมาเมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว โดยเฉพาะพวกที่ตั้งอยู่ในรัฐสิกขิม ใกล้กับพรมแดนด้านที่ติดกับเนปาล
        ฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนักและดินถล่ม ได้เป็นอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัย ในขณะที่กำลังพยายามดึงศพเหยื่อแผ่นดินไหวออกมาจากใต้ซากอาคาร และมีรายงานด้วยว่าแรงสั่นสะเทือนได้ส่งผลไปถึงอาคารหลายหลังในกรุงทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย เนื่องจากอยู่ห่างไกล และประชาชนอาศัยกันอย่างเบาบาง(breakingnews.nationchannel.com 19 ก.ย.54)

ยอดตายแผ่นดินไหวอินเดียใกล้พรมแดนเนปาลเพิ่มเป็น 36 คน
        ยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว 6.9 ริกเตอร์ในรัฐสิกขิมบนเทือกเขาหิมาลัย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียใกล้กับพรมแดนเนปาลเมื่อเย็นวานเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 36 คนแล้ว โดยรวมถึงผู้เสียชีวิตในทิเบตและเนปาล โดยเบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 24 คนและผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 60 คนในอินเดีย โดยส่วนใหญ่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากดินถล่มอาคารบ้านเรือนพังถล่มในเมืองกังต็อก เมืองเอกของรัฐสิกขิม นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิต 5 รายในเนปาล ซึ่ง 3 คนเสียชีวิตเพราะกำแพงสถานทูตอังกฤษในกรุงกาฐมานฑุพังถล่ม การประชุมรัฐสภาต้องหยุดพัก 15 นาทีหลังสมาชิกสภาแตกตื่นวิ่งหนีออกจากห้องประชุมเมื่อตึกสั่นไหว และในทิเบตมีผู้เสียชีวิต 7 คนและผู้บาดเจ็บ 22 คน บ้านเรือนพังถล่ม ส่วนในภูฏาน อาคารหลายหลังในกรุงทิมพู เมืองหลวงสั่นไหว  (breakingnews.nationchannel.com 19 ก.ย.54)

ศอส.สรุปน้ำท่วม26จังหวัด ตายแล้ว112ราย
     นายประทีป กีรติเรขา รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานการประชุมศูนย์สนับสนุนการอำนวยการ และการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 26 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ยโสธร เลย ขอนแก่น มหาสารคาม ศรีสะเกษ ฉะเชิงเทรา นครนายก ตาก สระแก้ว และปราจีนบุรี รวม 171 อำเภอ 1,164 ตำบล 7,688 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 471,007 ครัวเรือน 1,568,935 คน มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 112 ราย สูญหาย 2 ราย
    นายประทีป กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำต่างๆ ที่ยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ลุ่มน้ำน่าน ที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ที่อ.กบินทร์ จ.ปราจีนบุรี ลุ่มน้ำมูล ที่อ.พิมาย จ.นครราชสีมา อ.เมือง จ.อุบลราชธานี อ.สตึก อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ และอ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ลุ่มน้ำชี ที่อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ลุ่มน้ำโขง ที่อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ลุ่มน้ำสะแกกรัง ที่อ.เมือง จ.อุทัยธานี ลุ่มน้ำท่าจีน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ขณะที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีปริมาณน้ำไหลผ่าน จ.นครสวรรค์ 3,935 ลบ.ม./วินาที เขื่อนเจ้าพระยาปริมาณน้ำไหลผ่าน 3,706 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้มีน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณ 8 จังหวัดได้รับผลกระทบ ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี (breakingnews.nationchannel.com 19 ก.ย.54)

ระทึก“หมอตุลย์-แทนคุณ”หวิดโดนตื้บ
        ขณะเสวนารัฐประหารประเทศไทยได้อะไรที่ ม.ธรรมศาสตร์ ปะทะคารมกับบก.ลายจุด โดนม็อบแดงโห่ไล่-ฮือล้อมหวิดเจอสกรัมจนต้องเผ่นหนี
        วันนี้ (19 ก.ย.) เวลา 13.00น. องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดเสวนาเรื่อง การรัฐประหารเปลี่ยนแปลงประเทศไทยอย่างไร? ณ ห้องจิ๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยเชิญนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด รศ.ดร.สุดา รังกุพันธุ์ อาจารย์จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มาวิทยาลัย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี และนายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมเสวนา ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของตำรวจ สน.ชนะสงคราม
        ...... และช่วงเสวนาระหว่างที่ นพ.ตุลย์ และนายแทนคุณ อภิปราย จะมีเสียงโห่ไล่และตะโกนจากผู้ฟังกึกก้อง และมีเสียงปรบมือเชียร์ในช่วงที่นายสมบัติพูดแสดงความเห็น ซึ่งกลุ่มผู้ฟังส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดง แต่สถานการณ์โดยทั่วไปยังคงปกติไม่มีการปะทะแม้ว่าจะเกิดความตึงเครียดเป็นระยะๆ จนน.พ.ตุลย์ และนายแทนคุณ ต้องหยุดพูดชั่วคราว
        ทั้งนี้ ระหว่างการอภิปรายตลอดรายการมีเสียงโห่อยู่ตลอดและ 2 ฝ่ายต่างชี้แจงเหตุผล ทำให้สถานการณ์ร้อนระอุมากขึ้น ต่อมาในช่วงเปิดโอกาสผู้ฟังถามผู้อภิปราย ปรากฏว่าผู้ฟังส่วนใหญ่ที่เป็นคนเสื้อแดงแสดงความไม่พอใจคำตอบของ นพ.ตุลย์ และนายแทนคุณ เริ่มส่งเสียงโห่ดังขึ้นทุกที
        จนกระทั่งตัวแทนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ไปร่วมฟังเสวนาได้แย่งไมโครโฟนจากเจ้าหน้าที่ไปพูดว่า ที่ประชุมไม่รับฟังความเห็นการเสวนาในวันนี้ เพราะมีแต่โต้เถียงกัน ทำให้เกิดการชุลมุนวุ่นวายขึ้นทันที กลุ่มผู้ฟังเสื้อแดงบางส่วนฮือเข้ามาหมายทำร้ายร่างกายนักศึกษาด้วยความไม่พอใจ ตำรวจต้องรีบพา นพ.ตุลย์ และนักศึกษาออกจากห้องประชุมส่งตัวกลับไป....(เดลินิวส์ 19 ก.ย.54) 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 19, 2011, 07:53:04 PM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #617 เมื่อ: กันยายน 19, 2011, 08:10:41 PM »

รมว.สธ.ลงนราฯ เยี่ยม115เหยื่อคาร์บอมบ์โก-ลก
       รมว.สธ. เดินทางไปให้กำลังใจทีมแพทย์และพยาบาลพร้อมเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 115 รายจากเหตุระเบิดที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ยังได้ส่งจิตแพทย์ดูแลด้านจิตใจอย่างใกล้ชิดด้วย...
      เมื่อ วันที่ 19 ก.ย. นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข เดินทางไปโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อให้กำลังใจทีมแพทย์พยาบาล และเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่ อ.สุไหงโก-ลก เมื่อคืนวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มีผู้บาดเจ็บนอนรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก จำนวน 18 ราย ในจำนวนนี้ อยู่ห้องไอซียู 1 ราย อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว นายวิทยากล่าวว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ ถือว่าใหญ่ที่สุดในประวัติการณ์จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในเขต อำเภอสุไหงโก-ลก ตั้งแต่ พ.ศ. 2547 เนื่องจากมีผู้บาดเจ็บคราวเดียวมากถึง 115 ราย เสียชีวิตรวม 5 ราย ทั้งนี้ขอชื่นชมทีมแพทย์พยาบาลของ รพ.สุไหงโก-ลก ที่สามารถดำเนินการดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นอย่างดี รวดเร็วทันการ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งรัฐและเอกชน อาทิ หน่วยทหารสนับสนุนเฮลิคคอปเตอร์ ส่งผู้ป่วยรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมทั้งสภากาชาด และโรงพยาบาลใกล้เคียง ช่วยจัดหาเลือด โดยได้ให้เลือดทั้งหมด 93 ยูนิต
      รม ว.สาธารณสุข กล่าวว่า จากการเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บทั้ง 18 ราย ที่ รพ.สุไหงโก-ลก ทุกรายปลอดภัย แต่ยังมีผลกระทบด้านจิตใจ มีอาการนอนไม่หลับ หวาดกลัว วิตกกังวลสิ่งที่จะเกิดตามมา เช่น ธุรกิจการค้า เนื่องจากผู้บาดเจ็บประมาณร้อยละ 90 เป็นคนในพื้นที่ ได้ให้นักจิตวิทยา จิตแพทย์ ติดตามดูแลด้านจิตใจอย่างใกล้ชิดแล้ว รวมทั้งดูแลจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย
      ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สรุปจนถึงขณะนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลทั้งหมด 25 ราย โดยอยู่ที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก 18 ราย โรงพยาบาลศูนย์ยะลา 4 ราย และที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ 3 ราย สำหรับผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา 4 ราย เป็นชายทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นชาวมาเลเซีย 1 ราย ได้รับบาดเจ็บกระดูกแขนขวาหัก และถูกเส้นเลือด อาการพ้นขีดอันตราย ในวันนี้จะส่งไปรักษาต่อที่ประเทศมาเลเซียประมาณช่วงเที่ยง อีก 3 ราย นอนอยู่ห้องไอซียู โดยมี 2 รายอาการอยู่ขั้นวิกฤติ ใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา มีบาดแผลถูกไฟไหม้ตามร่างกายมากถึง 50-80% และมีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดด้วย แพทย์ให้การดูแลใกล้ชิดและป้องกันการติดเชื้ออย่างเต็มที่.(ไทยรัฐ 19 ก.ค.54)

รวบแล้ว1รายคนร้ายโจมตีฐานทหาร
      จากกรณีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุซุ่มโจมตีฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ชุดพัฒนาสันติ ที่ 42-1 บ้านเกาะแลหนัง ม.3 ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา จนทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บาดเจ็บ 1 นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา
      เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.ย.  ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานความคืบหน้าว่า ทางเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเจ้าหน้าที่ชุดนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมเข้าจับกุมตัวนายรอยาลี บือราเฮง อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/1 ม.3 ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยสามารถเข้าจับกุมตัวได้ที่บ้านบางทัน ม.3 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พร้อมยึดอาวุธปืนจำนวน 3 รายการ ประกอบด้วย อาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวน 16 นัด ,อาวุธปืนคาร์บิน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน พร้อมจำนวน 8 นัด และอาวุธปืนลูกซองจำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 12 นัด จึงได้ควบคุมตัวไปสอบสวน
      จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้น นายรอยาลี ยอมรับว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุโจมตีฐานปฏิบัติการหน่วยพัฒนาสันติที่ 42-1 บ้านเกาะแลหนัง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งนำอาวุธที่ยึดได้จากการเข้าจับกุมนายรอยาลี ไปตรวจสอบว่า เป็นอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุดังกล่าวหรือไม่ พร้อมทั้งขยายผลสืบหาตัวกลุ่มคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนีอยู่ (ข่าวสดออนไลน์ 19 ก.ย.54)

"มีนบุรี-หนองจอก-คลองสามวา"เสี่ยงจมน้ำ!!ฮือฮาสภาฯกทม.พาเหรดไปอเมริกาศึกษาน้ำท่วม
        กทม.ระบุสถานการณ์น้ำยังน่าห่วงระดมกำลังทุกภาคส่วนร่วมป้องกัน "พรเทพ"เผยพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ได้แก่ มีนบุรี ลาดกระบัง หนองจอก และคลองสามวาเสี่ยงมากที่สุด กสิกรไทยคาดพิษน้ำท่วมฉุดภาคเกษตรกรรมเสียหายยับกว่า 2 หมื่นล้าน
        นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยผลการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังและสถานการณ์น้ำที่ยังคงวิกฤติในขณะนี้ว่า มีพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ อาทิ มีนบุรี ลาดกระบัง หนองจอก และคลองสามวา ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วม ....     
       สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังน่าเป็นห่วงเนื่องจากในช่วงวันที่ 20–24 ก.ย. 54 นี้ มีร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และกรุงเทพฯ อาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ปริมาณฝนสูงถึง 1,787 มิลลิเมตร สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึงร้อยละ 46.4 ......
       นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภากรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สภากรุงเทพมหานคร โดยคณะกรรมการปกครองและรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีกำหนดการเดินทางเยือนเมืองลอสแอนเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 19-29 กันยายน 2554 ในโอกาสศึกษาดูงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย .....
      วันเดียวกันนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ภาวะอุทกภัยในช่วงปี 2554 มีแนวโน้มรุนแรง และขยายวงกว้างกว่าที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเดียวกันของปี 2553 ....
      ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินความเสียหายในเบื้องต้นของเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ต่อภาคเกษตรกรรมอาจมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 20,000 ล้านบาท แม้ความเสียหายอาจคิดเป็นเพียงร้อยละ 1.3 ของจีดีพีภาคเกษตรทั้งปี แต่ก็นับว่าเป็นความเสียหายที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับในปี 2553 ซึ่งสูงที่สุดตั้งแต่มีการรายงานความเสียหายจากปัญหาอุทกภัย เนื่องจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากกว่า และราคาของสินค้าเกษตรอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่า (สยามรัฐ 19 ก.ย.54)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 19, 2011, 09:46:00 PM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #618 เมื่อ: กันยายน 21, 2011, 08:05:09 PM »

เผยชื่อ4โจรใต้ยิง ตร.-อส.ลูกน้อง "จ่าเพียร"
    เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กันยายน นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รอง ผวจ.ยะลา ... ได้เดินทางไป..มอบให้นางมีเนาะ มาลายา ภรรยาของดาบตำรวจอารง มาลายา เจ้าหน้าที่ สภ.โกตาบารู  ... สำหรับดาบตำรวจอารง มาลายา ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงใส่ในขณะที่ ดาบตำรวจอารง มาลายา และ อส.มาหามะ ยามา กำลังละหมาดอยู่ภายในมัสยิดไอนูยากี ที่ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนอุดมศาสตร์วิทยา หมู่ 2 ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้เสียชีวิตทั้งสองราย ...เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา  .....
    .... จากหลักฐานทั้งพยานบุคคลต่างๆ และวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ในเบื้องต้นก็สามารถระบุตัวคนร้ายที่ลงมือปฏิบัติการในครั้งนี้ได้จำนวน 4 คน คือ นายสุไฮมี มะลี นายซอฟวัน สามะ นายสาลาหูดิน โต๊ะเจ๊ะมะ และนายอุสมาน เด็งสาแม ซึ่งทั้ง 4 ราย เป็นผู้ต้องหาในคดีด้านความมั่นคงหลายคดีในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มคนร้ายทั้งหมดนี้เป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ ต.อาซ่อง ต.ท่าธง ต.เนินงาม ต.บาล อ.รามัน จ.ยะลา และ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยล่าสุดกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกันที่ก่อเหตุยิงนายคณิต ลำนุ้ย ครูโรงเรียนบ้านกือเม็ง ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา เสียชีวิต ก่อนที่จะจุดไฟเผาซ้ำ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน 54 ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มีนายอับดุลรอฮิง ดาอีซอ หรืออุสตาสรอฮิง อาซ่อง เป็นแกนนำระดับสั่งการ (breakingnews.nationchannel.com 21 ก.ย.54)

ไอเอ็มเอฟเตือนศก.โลกกำลังวิกฤต
       ไอเอ็มเอฟชี้ศก.ยุโรปและสหรัฐอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยเหตุเพราะความล้มเหลวในการแก้ปัญหาของนักการเมือง
        กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกโรงเตือนว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่ช่วงแห่งความอันตราย ภายหลังเศรษฐกิจในยุโรปและสหรัฐกำลังชะลอตัวอย่างหนัก
        อีกทั้งยังเตือนว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองทั้งในสหรัฐและยุโรปอาจส่งผลให้เศรษฐกิจโลกต้องเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง
       "นักการเมืองยุโรปล่าช้าในการแก้ปัญหา" โอลีวีเยร์ บล็องชาร์ด หัวหน้าทีมเศรษฐศาสตร์ของไอเอ็มเอฟกล่าว โดยมองว่าความอ่อนแอของรัฐบาลในกลุ่มประเทศยูโรโซนในการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปั่นป่วนอยู่ในขณะนี้
       ในส่วนของสหรัฐนั้น ไอเอ็มเอฟ ก็แสดงความกังวลว่า วิกฤตการเงินและตลาดอสังหาริมทรัยพ์ที่กำลังอ่อนแอ ก็อาจยิ่งฉุดเศรษฐกิจมากขึ้น โดยได้แนะนำให้สหรัฐหาแนวทางที่ยั่งยืนในการแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ
       ทั้งนี้ไอเอ็มเอฟยังได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะโตเพียง 4% ในปี 2555 และเศรษฐกิจสหรัฐจะโต 1.5% ในปีนี้ ในส่วนของกลุ่มประเทศยูโรโซนนั้น ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ จาก 2% เหลือ 1.6% และสำหรับปีหน้าจาก 1.7% เหลือ 1.1%
        อย่างไรก็ตาม ในบรรดาประเทศที่มีเศรษฐกิจก้าวหน้า ไอเอ็มเอฟก็มองว่า จะมีเพียงเยอรมนีและแคนาดา ที่เศรษฐกิจจะโตเกิน 2% ในปีนี้ และในปี 2555 เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะโตมากที่สุดเนื่องจากเป็นช่วงที่สามารถฟื้นตัวจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ(โพสต์ทูเดย์ 21 ก.ย.54)

แผ่นดินไหวในภูฏานอาคาร4พันแห่งเสียหาย
      สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข้อมูลรัฐบาลภูฏาน ระบุว่า เหตุแผ่นดินไหว 6.9 ริกเตอร์ แถบเทือกเขาหิมาลัย ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต 1 คน และอีก 16 คนได้รับบาดเจ็บ อาคารกว่า 4,000 แห่ง ได้รับความเสียหายในภูฏาน
      ศูนย์จัดการภัยพิบัติภูฏานได้รวบรวมข้อมูลแผ่นดินไหว และเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบความเสียหายตามโครงสร้างทุกจุด แม้รอยร้าวเพียงเล็กน้อย
     ก่อนหน้านี้ เหตุแผ่นดินไหว 6.1 ริกเตอร์ เมื่อเดือนกันยายน 2552 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน จากกองหินถล่มลงมาตามแนวภูเขาทั่วภูฏาน ทำให้บ้านเรือนและถนนเสียหาย (โพสต์ทูเดย์ 21 ก.ย.54)

ศภช.เตือน6จว.เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน21-22 ก.ย.
    เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศภช.) แจ้งว่า ในวันที่ 21-22 ก.ย. อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย อ.หล่มเก่า หล่มสัก เมือง จ.เพชรบูรณ์ อ.ด่านซ้าย จ.เลย อ.ชาติตระการ วังทอง เนินมะปราง นครไทย จ.พิษณุโลก อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น อ.ขลุง มะขาม เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี และอ.เขาสมิง บ่อไร่ จ.ตราด ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเผ้าระวังในพื้นที่เสี่ยงภัยและติดตามข้อมูลจากทางราชการต่อไป(breakingnews.nationchannel.com 21 ก.ย.54)

สั่งรับมือน้ำท่วมกรุง ใช้เรือดันออกทะเล
      ทวงหนี้ : ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ลงชื่อรับเงินช่วยเหลือ จากรัฐบาลรายละ 5 พันบาท ที่หอประชุม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร แต่ปรากฏว่ามีแก๊งทวงหนี้เงินกู้นอกระบบมารอบังคับเอาดอกเบี้ยจากชาวบ้าน
       เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะรอง ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการ และการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ยังมีอุทกภัยใน 25 จังหวัด ได้แก่ จ.สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ยโสธร เลย ขอนแก่น มหาสารคาม ศรีสะเกษ ฉะเชิงเทรา นครนายก ตาก และ จ.ปราจีนบุรี ราษฎรเดือดร้อน 1,567,158 คน ผู้เสียชีวิต 132 ราย สูญหาย 2 คน
ปภ.ชี้36จว.เสี่ยงท่วมฉับพลัน
       นายวิบูลย์กล่าวด้วยว่า ขอเตือนประชาชนในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ราบลุ่ม 36 จังหวัด ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่นมหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์และจ.บุรีรัมย์ เตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในช่วงวันที่ 20-25 กันยายนนี้
อุตุฯเตือน20จังหวัดฝนตกหนัก
      ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 7 ว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบนแล้ว ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือช่วงวันที่ 20-23 กันยายนนี้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้บางพื้นที่ โดยเฉพาะที่ จ.เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี ชัยภูมิ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ตรัง และ จ.สตูล จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ที่ราบลุ่มและใกล้ทาง น้ำไหลผ่าน ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วม ฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่เกิดขึ้นได้ สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน จะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
ปูสั่งเร่งดันน้ำลงทะเล6จุด
      ด้าน นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุม ครม.ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ ชินวัตร นายก รัฐมนตรี ปรารภว่า น้ำท่วมเป็นเรื่องสำคัญมากๆ จึงสั่งการให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ไปดูแลแต่ละจังหวัด พร้อมสั่งให้ผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดเร่งระบายน้ำ ซึ่งดูจากภาพข่าวและการระบายน้ำแล้วถือว่า ไม่ประสบความสำเร็จ จึงให้ใช้เรือปั่นกระแสน้ำ หรือเรือติดเครื่องยนต์ผลักดันน้ำเจ้าพระยาออกสู่ทะเลใน 6 จุด คือ 1.บริเวณสะพานพระราม 7 2.ท่าเรือเกียกกาย 3.บริเวณสะพานกรุงธนบุรี(สะพานซังฮี้) 4.บริเวณสะพานพระพุทธยอดฟ้า 5.บริเวณคลองลัดโพธิ์ด้านเหนือและด้านใต้ และ 6.บริเวณปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยให้ทุกจังหวัดเร่งระบายน้ำในช่วงนี้ก่อนที่พายุจะมาถึงและวันที่ 21 กันยายนนี้ เวลา 12.00 น. นายกฯเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ อุทกภัยทุกภาคส่วนมาหารือการเตรียมรับมือน้ำที่จะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา...... (แนวหน้า 21 ก.ย.54)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2011, 10:29:02 PM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #619 เมื่อ: กันยายน 21, 2011, 10:32:45 PM »

จีนอ่วมฝนถล่มหนัก จมน้ำท่วมหลายพื้นที่ ตาย 57- อพยพนับล้าน เสียหาย 8 หมื่นล้าน
        ปักกิ่ง (เอพี/รอยเตอร์ส) - กระทรวงกิจการพลเรือนของจีน แถลงว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ตามด้วยน้ำท่วมเฉียบพลันได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 57 คน อีกหลายสิบคนสูญหาย และหลายร้อยคนได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ประชาชนอีกมากกว่า 1 ล้านคน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ฝนที่ตกหนักอย่างไม่คาดฝันเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ทำให้หลายพื้นที่ทางภาคเหนือ ภาคกลางและตะวันตกเฉียงใต้จมอยู่ในน้ำ และภูมิภาคที่ประสบภัยสัญญาณความช่วยเหลือยังไปไม่ถึง ก็พบว่า แม่น้ำหลายสายกำลังเอ่อล้นขึ้นมาอีก
       นอกจากนี้ กระทรวงกิจการพลเรือน ระบุด้วยว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ทางการต้องอพยพประชาชนมากกว่า 1 ล้าน 2 แสนคน พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ได้แต่ มณฑลเสฉวน ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ , มณฑลชานสี ทางเหนือ และมณฑลเหอหนาน ทางภาคกลาง และประชาชนอีก 12.3 ล้านคน กำลังเผชิญภัยพิบัติ บ้านเรือนมากกว่า 120,000 หลังคาเรือนพังถล่ม, พื้นที่เพาะปลูกและที่ดินได้รับความเสียหายเป็นมูลค่า 1,727,000 ล้านหยวน หรือราว81,000 ล้านบาท ทางการได้ส่งทีมบรรเทาทุกข์เข้าไปยังพื้นที่ประสบภัย และมีแผนจะแจกเต๊นท์ เตียงพับได้ผ้าห่มและเสื้อผ้า ให้กับผู้ประสบภัย
       ด้านหนังสือพิมพ์ไชน่า เดลี่ รายงานว่า พื้นที่ประสบภัยรุนแรงที่สุดอยู่ที่เมืองป้าจง ในมณฑลเสฉวน ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 13 คน สูญหาย 10 คน และบาดเจ็บ 156 คน ขณะที่ทางการได้สั่งอพยพประชาชน 6 แสนคน ออกจากเขตต้าโจวและกวงอัน ในมณฑลเสฉวน หลังน้ำในแม่น้ำแยงซี ที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดของจีน เพิ่มขึ้นไปอยู่ในระดับอันตราย ส่วนแม่น้ำเจี้ยหลิง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญอีกสายหนึ่ง ก็มีระดับน้ำสูงเกือบ 7 เมตร อยู่ในระดับอันตรายสูงสุด นับตั้งแต่มีการบันทึกระดับน้ำเมื่อปี2390 เป็นต้นมา (แนวหน้า 21 ก.ย.54)

สกลฯผวาอ่างเก็บน้ำห้วยเรือแตก พบดินสไลด์ยาวกว่า 100 เมตร
     เมื่อวันที่ 21 ก.ย.54 นายวิชาญ แท่นหิน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณรภัยจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล ปลัดอำเภออาวุโส อ.เมืองสกลนคร และนายพงษ์ทิพย์ บาลวงศ์ษา นายก อบต.ดงมะไฟ อ.เมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้รับคำสั่งจากนายอำนาจ ผการัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ให้เข้าตรวจสอบแผ่นดินแยกและดินสไลด์ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยเรือ บ้านดงน้อย ต.ดงมะไฟ อ.เมือง โครงการแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภูผาแด่น  หลังจากที่ นายพงษ์ทิพย์  บาลวงศ์ษา  นายก อบต.ดงมะไฟ  รายงานให้ทราบว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ ว่ามีดินโคลนถล่มบริเวณเทือกเขาภูพาน  เหนืออ่างเก็บน้ำห้วยเรือ ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริ  โดยพบว่ามีแผ่นดินสไลด์และดินโคลนถล่มเป็นระยะทางยาว กว่า 100 เมตร กว้างประมาณ 1 เมตร  ซึ่งจากการไปตรวจสอบ  ไม่สามารถไปได้ถึง เนื่องจากบริเวณแผ่นดินสไลด์ อยู่เหนืออ่างเก็บน้ำห้วยเรือ ประมาณ 3 กิโลเมตร  หากจะเดินทางไปต้องเดินเท้าซึ่งมีความทุรกันดารมาก ต้องใช้เวลานานกว่าจะเดินทางถึง เพราะจะมืดค่ำก่อน เกรงว่าจะเกิดอันตราย  และอีกทางหนึ่งต้องใช้เรือพายเดินทางไป ซึ่งขณะเข้าตรวจสอบไม่มีเรือเป็นพาหนะอยู่ในบริเวณดังกล่าว  จึงนัดหมายกันเข้าตรวจสอบใหม่ในวันรุ่งขึ้น
     นายวิชาญ แท่นหิน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณรภัยจังหวัดสกลนคร  กล่าวว่า  เบื้องต้นได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ประจำอ่างเพื่อระบายน้ำออก เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำเกินระดับกักเก็บ นอกจากนี้ได้ประชาสัมพันธ์ในหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน  ให้ประชาชนที่มีที่อยู่อาศัย  ใกล้บริเวณที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบให้ทราบ  เพื่อจะได้มีการระมัดระวังเหตุดินโคลนถล่มเพื่อเตรียมความพร้อมไว้  และไม่ให้ประชาชนนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปเลี้ยงในบริเวณนั้นเด็ดขาด เกรงว่าดินโคลนอาจจะถล่มเพิ่มเนื่องจากดินอมน้ำเป็นเวลานาน อาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้  แต่ได้ตรวจสอบบริเวณสันเขื่อนแล้วพบว่าแข็งแรงดีไม่มีรอยร้าวใดๆ  แต่เพื่อความไม่ประมาทจึงต้องให้ทุกฝ่ายได้รับทราบไว้ หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจะได้รับมือทัน สำหรับอ่างเก็บน้ำห้วยเรือ ต.ดงมะไฟ  อ.เมือง จ.สกลนคร   ก่อสร้างเมื่อปี 2528  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรบริเวณสถานที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยเรือ และได้ก่อสร้างอ่างดังกล่าวขึ้น ตามพระราชดำริ เป็นเขื่อนประเภทเขื่อนดิน สูง 12.50 ม. ยาว  570.30ม.สันเขื่อนกว้าง  6.00  ม.ฐานเขื่อนกว้างที่ระดับท้องน้ำ 75.00 ม.ปริมาตรน้ำที่ระดับสูงสุด  3.52 ล้าน ม3. ปริมาตรน้ำที่ระดับเก็บกัก  2.90  ล้าน ม3. ปริมาณน้ำขณะนี้ จำนวน 101 เปอร์เซ็นต์  สร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูก อุปโภค-บริโภค  ตลอดระยะเวลาฤดูฝน และฤดูแล้ง ให้ราษฎรอีกทั้งเป็นแหล่งประมงและเลี้ยงสัตว์  มีราษฎรได้ประโยชน์ 3 หมู่บ้าน คือ บ้านดงน้อย  บ.โพนก้างปลา บ.นากับแก้ ต.ดงมะไฟ  ประมาณกว่า 1 พันครัวเรือน(สยามรัฐ 21 ก.ย.54)

พนังกั้นน้ำที่ชัยนาทพัง น้ำหลากท่วมหลายตำบล                               
       พนังกั้นน้ำที่ อ.เมือง จ.ชัยนาทพังลง ทำให้น้ำหลากเข้าท่วมหลายตำบล ถนนสายหลักไม่สามารถสัญจรได้ คันกั้นน้ำบริเวณบ้านดักคะนน ตำบลธรรมมูล อำเภอเมืองชัยนาท ถูกน้ำกัดเซาะจนพังเสียหายกว่า 5 เมตร ทำให้น้ำไหลหลากเข้าท่วม 4 ตำบล อย่างรวดเร็ว และถนนชัยนาท - มโนรมย์ ถูกน้ำท่วมสูงและไหลเชี่ยว เจ้าหน้าที่ต้องปิดเส้นทางจราจร นายพงพัฒน์ วงศ์ตระกูล นายอำเภอเมืองชัยนาท นำรถแบ็กโฮเข้าไปซ่อมแซม แต่เนื่องจากกระแสน้ำไหลแรง ทำให้รถตกคันดินและยังคงพังทลายอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านเร่งขนย้ายสิ่งของ ผู้สูงอายุ คนพิการ และเด็ก ออกจากพื้นที่ (สำนักข่าวไทย สำนักข่าวไทย 21 ก.ย.54 )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 21, 2011, 11:22:26 PM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #620 เมื่อ: กันยายน 22, 2011, 04:02:43 PM »

ดินไหวเกาะไต้หวัน 5.1 ริคเตอร์
      กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2554 เวลา 05.18 น.ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่เกาะไต้หวัน วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 5.1 ริคเตอร์ ลึกจากระดับผิวดิน10กิโลเมตร เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย (เนชั่น 22 ก.ย.54)

สรุปสถานการณ์น้ำท่วมใน 22 ก.ย. 54  
    thaihvac.com  22 ก.ย.54
- อยุธยายังอ่วม จนท.ระดมกำลังวางแนวกั้นน้ำเพิ่ม
- ชาวบ้านนอกคันกั้นน้ำรอบเกาะเมืองอยุธยายังเดือดร้อนหนัก
- ชาวหนองเสือ ทุกข์หนักน้ำท่วมต้องย้ายมานอนบนถนน
- ชลประทานชัยนาทเร่งซ่อมพนังกั้นน้ำที่ได้รับความเสียหาย
- ชาวบ้านคลองสิบสี่ลำลูกกาทุกข์น้ำท่วมนาข้าว
- ชาวหนองเสือ ทุกข์หนักน้ำท่วมต้องย้ายมานอนบนถนน
- น้ำท่วมชัยนาท คร่า 1 ศพ/หายอีก 1
- เจ้าพระยาน้ำยังเพิ่ม-ตู้เบิกเงินสดทั่วเมืองนครสวรรค์อัมพาต .
- นายกปทุมฯขอความร่วมมือ อย่ารื้อพนังกั้นน้ำ
- รมต.เกษตรฯระบุสภาวะน้ำท่วมอุทัยฯยังอีกนาน
- สิงห์บุรีน้ำเซาะคอสะพาน ปิดถ.สายอินทร์บุรี-ตากฟ้า
- แม่น้ำสองสายในพิจิตร ยังเพิ่มระดับสูงขึ้น
- 2เขื่อนใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี ยังรองรับน้ำได้อีกมาก
- พิจิตรยังอ่วมน้ำท่วมนานกว่าเดือนตายแล้ว 30 ราย
- เรือไล่น้ำลงทะเลได้ผล เจ้าพระยาลด 20 ซม.
- ศอส. เตือน 15 จว.เสี่ยงฝนถล่ม 22-23 ก.ย.นี้
- เขื่อนลำปาววิกฤตหนักจ่อท่วมใหญ่
- น้ำมูลเอ่อท่วมบ้านเรือนที่พิมาย-จนท.เร่งลอกคลองรับน้ำ

    ผู้จัดการ 22 ก.ย.54
- เขื่อนอุบลรัตนใกล้วิกฤตระดับน้ำกว่า 90% ห่วงฝนหนัก/น้ำสมทบอาจท่วมตัวเมืองขอนแก่น
- ชาวพิจิตรทนทุกข์กับภาวะน้ำท่วมป่วยแล้วกว่าหมื่นราย คิดสั้นอีกเกือบ 400 คน   
- น้ำโขงสูงท่วม 4 ชุมชนเทศบาลบ้านด่าน อ.โขงเจียมรอบสอง
- ทหารบุรีรัมย์ระดมช่วย “แคนดง” จมน้ำ - ขนทรายปิดกั้นฝาย/ผวาท่วมซ้ำ
- เผยนาปรังนับแสนไร่ 5 อำเภอในกรุงเก่าจ่อจมบาดาลหมด

- นายกเล็กอุดรฯ สั่งสูบน้ำ 24 ชม. ป้องกันทั้งเมืองจม ไทยรัฐ 22 ก.ย.54
- ลำน้ำมูลท่วมเทศบาลตำบลพิมาย โคราชจมแล้ว 6 อำเภอ  ข่าวสด 22 ก.ย.54
- กรมชลฯเร่งระบายน้ำเขื่อนป่าสักฯลงทะเล หลังปริมาณน้ำล้นเขื่อน 19% โพสต์ทูเดย์ 22 ก.ย

“โรคี”ถล่มญี่ปุ่นอ่วม-ตาย10ศพ
........ นายต่อศักดิ์ วานิชขจร อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงข่าวถึง สถานการณ์ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย ว่า ในช่วงวันที่ 26-28 ก.ย.นี้ ร่องมรสุมที่พัดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีกำลังแรงขึ้น และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นด้วย  …. ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีฝนหนาแน่น กับมีฝนตกหนักได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดเพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด โดยอาจทำให้สภาวะน้ำท่วมมีความรุนแรงมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ที่ราบลุ่ม และใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ สำหรับทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน จะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือระยะนี้ (เดลินิวส์ 22 ก.ย.54)

“โรคี”ถล่มญี่ปุ่นอ่วม-ตาย10ศพ
       พิษพายุ “โรคี” ทำญี่ปุ่นเสียชีวิตแล้ว 10 ศพ ด้านจีนเผยยอดคนตายเพิ่มหลังอุทกภัยถล่ม “เหอหนาน-ฉ่านซี-เสฉวน” ขณะที่ไทยเตรียมเจอฝนตกหนักอีกรอบ
       วันนี้ (22 ก.ย.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่า พายุไต้ฝุ่น “โรคี” ได้พัดถล่มเกาะฮอนชู เกาะใหญ่ทางตอนกลางของประเทศ และยังมุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อให้เกิดฝนตกหนัก และดินถล่ม แต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักช่วงเกิดแผ่นดินไหว และสึนามิ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่พยายามหาทางป้องกันการรั่วไหลของกัมมันตรังสี
       นอกจากนั้นแล้ว เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ยังมีแผ่นดินไหว 5.3 ริคเตอร์ ในเขต จ.อิบารากิ ทางตอนใต้ของ จ.ฟูกูชิมะ แต่ไม่มีรายงานความเสียหายกับโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะแต่อย่างไร
      ด้านสำนักข่าวจิจิเพรส และโทรทัศน์เอ็นเอชเค รายงานว่า พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ศพ ในจำนวนนี้เป็นหญิงชราวัย 101 ปี รวมอยู่ด้วย สูญหายอีก 5 คน และบาดเจ็บหลายร้อยคน...
      ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่า เว็บไซต์ของกระทรวงกิจการพลเรือนของจีน แจ้งว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยอันเนื่องจากอิทธิพลของพายุฝน ซึ่งตกลงมาอย่างหนักทั่วประเทศจีน เพิ่มขึ้นเป็น 90 ศพแล้ว และยังมีสูญหายอีก 22 คน พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ มณฑลเหอหนาน, ฉ่านซี, เสฉวน และอีก 6 มณฑล ทำให้ต้องสั่งอพยพประชาชนเกือบ 1 ล้านคน ขึ้นไปสู่พื้นที่ที่ปลอดภัย
      นอกจากนั้น สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของจีน แจ้งว่า มีกระแสน้ำเอ่อล้นในแม่น้ำกว่า 40 สาย และยังคาดว่าในช่วง 2 วันนี้ยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทางตอนใต้ของประเทศจีน (เดลินิวส์ 22 ก.ย.54)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2011, 12:11:48 AM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #621 เมื่อ: กันยายน 23, 2011, 12:15:26 AM »

จับตาดาวเทียมพุ่งชนโลกโอกาสแจ๊กพอต1/3,200
        กระทรวงกลาโหม และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐ เฝ้าจับตาดาวเทียมวิจัยอายุ 20 ปีของนาซา ขนาดเท่ารถบัสโดยสาร จะหล่นชนโลกในวันศุกร์ (23 ก.ย.) โดยโอกาสที่ชาวโลกคนใดคนหนึ่งในเกือบ 7,000 ล้านคนจะโดนหล่นทับ อยู่ที่ 1 ใน 3,200
        ผู้เชี่ยวชาญขององค์การนาซา กล่าวยอมรับว่า การหล่นชนโลกของดาวเทียมวิจัยชั้นบรรยากาศระดับสูง (ยูเออาร์เอส) ขนาด 35 คูณ 15 ฟุต เท่ารถบัสโดยสาร น้ำหนัก 6 ตัน จะไม่มีทางรู้ได้ จนกว่าจะถึง 20 นาทีสุดท้าย ก่อนมันหล่นกระทบ โดยจากการคำนวณของนักวิทยาศาสตร์ มันจะกลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศโลกในวันศุกร์ (23 ก.ย.) อาจเร็วหรือช้ากว่า 1 วัน และจุดที่คาดว่ามันจะตกอยู่ระหว่างเส้นรุ้ง 57 องศาเหนือ และเส้นรุ้ง 57 องศาใต้ ในรัศมี 12,000 กม. ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อยู่อาศัยของประชากรโลกส่วนใหญ่
       ดาวเทียมยูเออาร์เอสถูกปล่อยสู่อวกาศในปี พ.ศ. 2534 เพื่อตรวจวัดชั้นโอโซน ลม และอุณหภูมิ และถูกปลดประจำการอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2548 ถือเป็นยานอวกาศขนาดใหญ่สุดของนาซา ที่หล่นชนโลกในรอบ 30 ปี หลังยานสกายแล็ปหล่นลงที่ภาคตะวันตกของออสเตรเลียเมื่อปี 2522 แต่ในรอบ 50 ปีของการสำรวจอวกาศ ยังไม่เคยมีมนุษย์รายใดได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต จากการหล่นสู่โลกของยานอวกาศ 
        งค์การนาซากล่าวย้ำว่า ชิ้นส่วนดาว เทียมยูเออาร์เอสแค่ 26 ชิ้น ที่จะหลงเหลือ ไม่ถูกเผาไหม้ จากการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศ ขณะมันหล่นลงด้วยความเร็วสูง แต่ความเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์และทรัพย์สินจากมันมีน้อย แค่ประมาณ 1 ใน 3,200 ความคืบหน้าถึงวันที่ 20 ก.ย. วงโคจรของยูเออาร์เอสอยู่เหนือพื้นโลก 205–225 กม. คาดว่าเศษชิ้นส่วนของมันจะกระจายในรัศมี 800 กม. หลังหล่นถึงพื้นโลก (เดลินิวส์ 22 ก.ย.54)

"ทหาร"ชงตั้ง"ศบ.กช."ดับไฟใต้ สลาย"กอ.รมน.-ศอ.บต.-จชต."
        "ทหาร"ชงรัฐบาลตั้ง" ศบ.กช. ดับไฟใต้  สลาย กอ.รมน.-ศอ.บต.-จชต.ลดบทบาท ศอ.บต. เหลือแค่พัฒน ”ปู”สั่งจัดทำเวิร์คช็อฟก่อนคลอดตั้ง”โกวิท”ดูแล ผบ.ทบ.โอดงบฯเบิกจ่ายได้ล่าช้า
        นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยภายหลังการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า  ผบ.ทบ.ได้สรุปสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในอดีตที่ผ่านมา และได้พูดถึงโครงสร้างหน่วยงานที่รับผิดชอบที่แบ่งเป็น 3 แท่ง ประกอบด้วย ส่วนราชการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จชต.ซึ่งการทำงานต่างคนต่างทำ และต่างคนต่างทำ และมีปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณ ซึ่งกว่า 3 เดือนถึงจะมีการเบิกจ่ายลงไปได้  ขณะที่นายกฯอยากให้ทำงานประสานกันเพื่อเป็นในทิศทางเดียวกัน โดยทางกองทัพภาคที่ 4 ได้เสนอโครงร่างจัดให้มีศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศบ.กช.ว่า นายกฯเห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว ให้กลับไปทำเวิร์คช็อฟในการจัดตั้ง ศบ.กช. ส่วนปัญหาเรื่องงบประมาณนายกฯได้มอบหมายให้นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขาฯนายกฯ ไปดูในเรื่องของงบประมาณ ในฐานะเคยดำรงตำแหน่งผอ.สำนักงบประมาณ
       นางฐิติมา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ผบ.ทบ.ยังยอมรับว่า การลงพื้นที่ของทหารในช่วงแรกๆ ไม่ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านเท่าไร แต่ปัจจุบันพบว่า ประชาชนให้ความไว้วางใจเจ้าหน้าที่ทหารมากขึ้น ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีการแต่งตั้งลงไปก็พบว่า อยู่ในจวนไม่ลงพื้นที่พบประชาชนเท่าที่ควร หากมีการตั้งศูนย์ ศบ.กช.แล้ว ศอ.บต.ก็จะทำหน้าที่แค่ในเรื่องการพัฒนาเท่านั้น อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ทุกคนมาพูดกันอย่างเปิดอก หลังจากนี้ก็ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปจัดทำเวิร์คช็อฟศบ.กช.มา โดยมอบหมายให้พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ เป็นประธาน ส่วนเรื่องของตำแหน่งเลขาฯ ศอ.บต.ที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะให้พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มานั่งเป็นเลขาฯศอ.บต.นั้นไม่ได้มีการหารือกัน (สยามรัฐ 22 ก.ย.54)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2011, 12:26:44 AM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #622 เมื่อ: กันยายน 23, 2011, 08:21:15 PM »

 23จ.ท่วมหนัก-ปชช.4แสนเดือดร้อน
       23 ก.ย.54 ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. สรุปสถานการณ์สาธารณภัย ผ่านทางเว็บไซต์ โดยข้อมูลล่าสุด พบ ยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย รวมทั้งสิ้น 23 จังหวัด 144 อำเภอ 1,075 ตำบล ได้รับความเดือดร้อนรวมกว่า 408,783 ครัวเรือน…..(คมชัดลึก 23 ก.ย.54)
      
สรุปรายงานน้ำท่วง 23 ก.ย.54
    thaihvac.com
-ปภ.เตือน47จว.รับมือน้ำท่วมฉับพลันดินถล่ม23-25กย....... นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ราบลุ่ม รวม 47 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ชัยภูมิ นครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ปราจีนบุรีสระแก้ว นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มในช่วงวันที่ 23-25 ก ก.ย.นี้ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยหมั่นสังเกตสัญญาณผิดปกติทาง ธรรมชาติ เช่น น้ำในลำธารเปลี่ยนสีเป็นสีเดียวกันกับดินบนภูเขา ฝนตกหนักนานเกินกว่า 6 ชั่วโมง ปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีต้นไม้ขนาดเล็กไหลปนมากับน้ำ เป็นต้น ให้สันนิษฐานว่าอาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มขึ้นได้ ให้รีบอพยพออกจากพื้นที่ในทันที
-น้ำเขื่อนลำปาววิกฤต 10 หมู่บ้านถูกตัดขาด ….. น้ำเขื่อนลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ วิกฤต 10 หมู่บ้าน 3 อำเภอในเขตรอยต่อถนนถูกตัดขาด สาเหตุน้ำเขื่อนลำปาวเกินปริมาณกักเก็บ ขณะที่พื้นที่ราบลุ่มอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ น้ำเริ่มไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่นาข้าวเพิ่มขึ้น ….
- พิมายเร่งเปิดประตูระบายน้ำ 6 บานหลังน้ำมูลเอ่อ... ปริมาณน้ำในลำน้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ...จากที่ปริมาณน้ำที่ปริมาณน้ำจากลำตะคอง และลำน้ำลำจักราช ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักของจังหวัดนครราชสีมา ได้ไหลลงมาสมทบกับลำน้ำมูลที่ ต.สัมฤทธิ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ทำให้เขื่อนระบายน้ำพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเขื่อนระบายน้ำสุดท้ายที่จะทำหน้าที่ระบายน้ำออกจากตัวอำเภอพิมาย ต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 6 บานเร่งระบายน้ำอย่างเต็มพิกัด อยู่ที่ 242.52 ลบ.ม./วินาที …..
-ลพบุรีน้ำท่วมหนักเร่งอพยพคนป่วย-คนชรา .....  น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทะลักเข้ามาตามคลอเชียงราก เนื่องจากประตูน้ำบางโฉมศรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี พังทำให้น้ำหลากเข้าท่วมใหญ่ใน 4 ตำบลคือ ตำบลบางพึ่ง ตำบลมหาสอน ตำบลบางขาม และ ตำบลบ้านชี่ น้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ประชาชนกว่า 4,000 ครอบครัวไม่มีที่อยู่อาศัยต้องหอบข้าวของขึ้นมาจับจองที่พักบนถนนสาย 3028 หรือถนนสายบางงา-บ้านหมี่ ซึ่งขณะนี้ น้ำก็หลากข้ามถนน เข้าท่วมนา ข้าวในทุ่งบ้านชี ทุ่งสมอคอนที่ข้าวยังไม่ทันเก็บเกี่ยวเลย หลายหมื่นไร่…
-พิจิตรน้ำท่วมสูง รถไฟล่าช้าเกือบทุกขบวน..... น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลสะสมในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ทำให้ปริมาณน้ำท่วมสูง จนถึงเส้นทางการเดินทางรถไฟ ด้านทิศตะวันออก ในขณะที่ด้านทิศตะวันตกก็มีน้ำจากแม่น้ำน่าน ล้นตลิ่ง และมาบรรจบกับน้ำป่า โดยมีรางรถไฟเป็นแนวกั้นน้ำระหว่างน้ำป่า และน้ำจากแม่น้ำ โดยบางจุด น้ำได้ล้นท่วมเส้นทาง .....

- แม่น้ำโขงเพิ่มสูงน้ำท่วมเมือง โพนพิสัยพื้นที่เกษตรจม……. สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย ล่าสุดระดับน้ำโขง มีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอยู่ในระดับวิกฤติ   ทำให้น้ำไหลเข้าตามลำห้วย และเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร และพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง  หากระดับน้ำโขง  ก็จะทำให้ล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทันที  (ไทยรัฐ 23 ก.ย.54)
- นนท์จมหนัก พิบัติ6อำเภอ……นนทบุรี แย่แล้ว ประกาศภัยพิบัติ 6 อำเภอท่วมหนัก แม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเกาะเกร็ด กทม.สั่งเตรียมพร้อมรับมือน้ำก้อนใหญ่ จับตาเขื่อนพระราม 6 เร่งระบายน้ำป่าสัก กระนาบซ้ำ "กรุงเก่า" สถานการณ์อ่างทองไม่คลี่คลาย แม่เฒ่าจมน้ำอีกศพ ลพบุรีโดนแล้ว 11 อำเภอ สุพรรณฯ น้ำเริ่มเน่า ส่วนชัยนาทขยายวงกว้าง ต้องปิดถนนต่อ มีตายเพิ่มด้วย อีกรายจมเจ้าพระยายังงมไม่เจอ เทศบาลปทุมฯ แจ้งชาวบ้านอย่าเพิ่งรื้อกระสอบทราย ยังมีน้ำระลอกใหม่เข้ามา มท.รายงานเตือนจะมีฝนหนัก 15 จังหวัด ขณะที่ยอดตายล่าสุด 136 ศพแล้ว สูญหาย 2 ….(ข่าวสด 23 ก.ย.54)

-เสื้อแดงแห่ข้ามช่องสะงำเชียร์บอลไทย-กัมพูชา

พนมเปญฝนถล่มน้ำท่วมตาย 58 ราย
       กัมพูชา ระทมฝนตกหนักแม่น้ำโขงเอ่อล้นฝั่งตายแล้ว 58 รายไร่นาเสียหายหลายหมื่นไร่ กว่า 5,000 ครอบครัวไร้ที่อยู่
       สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 23 ก.ย. ว่า จากภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ส.ค. และกระแสน้ำในแม่น้ำโขงเอ่อล้นฝั่ง ทำให้กัมพูชาเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบหลายปี ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 58 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 31 ราย นายเขียว ไว เจ้าหน้าที่คณะกรรมการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติกัมพูชา เผยเมื่อว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศถูกน้ำท่วม รวมถึงนาข้าวหลายหมื่นไร่ ประชาชนอย่างน้อย 5,633 ครอบครัว ถูกอพยพไปสู่ที่ปลอดภัย และเมื่อวานนี้ (22 ก.ย.) นักท่องเที่ยวเกือบ 200 คน รวมถึงชาวต่างชาติ ได้รับการอพยพโดยเครื่องบิน จากปราสาทนครวัต เนื่องจากถนนสายหลักถูกกระแสน้ำตัดขาด.(เดลินิวส์ 23 ก.ย.54)

เตือนอีสานฝนกระหน่ำ 26-28 ก.ย. อุบลฯ-ศรีสะเกษเสี่ยงโคลนถล่ม
       เมื่อวันที่ 23 ก.ย.นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดี ปภ.ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 23 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ชัยภูมิ ยโสธร ขอนแก่น อำนาจเจริญ ฉะเชิงเทรา  นครนายก และปราจีนบุรี รวม 140 อำเภอ 1,052 ตำบล 80,312 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 573,160 ครัวเรือน 1,903,708 คน มีผู้เสียชีวิต 140 ราย ผู้สูญหาย 2 ราย ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 26 – 28 ก.ย.ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพิเศษ  เนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย ทั้งที่ลาดเชิงเขา และใกล้ทางน้ำไหลผ่านเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และศรีสะเกษ (ข่าวสด 23 ก.ย.54)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2011, 10:29:59 PM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #623 เมื่อ: กันยายน 23, 2011, 10:23:51 PM »

หอการค้าประเมินบึ้มโกลก ศก.เสียหาย30ล้าน
    นายกู้เกียรติ บูรพาพงศ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่เมืองเศรษฐกิจของ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุคนร้ายวางระเบิด3จุดกลางเมืองสุไหงโก-ลกเมื่อวันที่16ก.ย.54ที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว คาดว่ามีมากกว่า30ล้านบาท และอาจจะมีความซบเซาต่อเนื่องไปประมาณ1เดือน แต่หลังจากนั้นมั่นใจว่าจะเริ่มฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพราะถึงแม้ว่าประเทศเพื่อนบ้านจะห้ามไม่ให้มีการเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดนราธิวาส
    แต่พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในรัฐที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทยชื่นชอบการเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก และมีความเข้าใจถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น จึงอาจมีการทิ้งช่วงไปในระยะนี้ แต่ที่สุดแล้วก็ยังมีการเข้ามาในพื้นที่เช่นเดิม เหมือนห้วงที่การเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในอดีต(breakingnews.nationchannel.com 23 ก.ย.54)

ผลประโยชน์ทับปู SCขึ้นเว็บรับโปรโมชั่นบ้านหลังแรกไม่เกิน5ล้าน
       จับโกหก "น้องหนูไม่รู้" เอสซี แอสเสท เผลอขึ้นเว็บไซต์โครงการทาวน์โฮม ระบุโปรโมชั่นคืนภาษีบ้านหลังแรก ตรวจสอบพบโครงการคอนโดฯ ของตระกูลชินวัตรได้ประโยชน์อื้อ ราคาบ้านเดี่ยวบางกอกบูเลอวาร์ดเริ่มต้น 4.99 ล้านก็ยังมี คิดไปมั่วไปปรับอีกวิธีหักภาษีคืนปีละแสน เดินหน้ากระตุ้นอสังหาฯ เต็มสูบ คนมีรายได้น้อยรอไปก่อน
       โครงการคอนโดมิเนียมของบริษัท เอสซี แอสเสทฯ ของตระกูลชินวัตร ซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงการบ้านหลังแรกของรัฐบาลเนื่องจากราคาไม่เกินยูนิตละ 5 ล้านบาทนั้น ตกเป็นที่วิจารณ์ถึงผลประโยชน์ทับซ้อนของตระกูลการเมืองนี้อีกครั้ง หลังยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เคยมีโครงการลักษณะนี้จำนวนมาก ......(ไทยโพสต์ 23 ก.ย.54)

วงในเผย “แกนนำพูโล” เตรียมตั้งศูนย์อาสาแก้ปัญหาชายแดนใต้
       ยะลา - แหล่งข่าววงในเผยแกนนำสมาชิกขบวนการพูโลภาคพื้นยุโรป เตรียมรวมตัว จัดตั้งกลุ่มอาสาแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีแผนเข้าพบรัฐบาลมาเลเซียเพื่อหารือเรื่องการปรับลดค่าธรรมเนียมอนุญาตทำงานในมาเลเซีย พร้อมหนุนปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ชายแดนใต้       
       วันนี้ (23 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยะลา ว่า หน่วยข่าวพลเรือนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า แกนนำสมาชิกขบวนการพูโลยุโรป พร้อมพวก เดินทางกลับจากต่างประเทศมายังจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเปิดศูนย์ประชาชน อาสาพัฒนา แก้ไขปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่จังหวัดยะลา อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการพบปะบรรดาผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา บุคคลสำคัญในวงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และใช้เป็นสำนักงานของคณะทำงาน ซึ่งกำหนดจะตั้งสำนักงานในเร็วๆ นี้       
       โดยหลังจากเปิดสำนักงานแล้ว คณะทำงานจะเริ่มทำงานทันที โดยเรื่องแรก คือ การไปร่วมประชุมการขอปรับลดค่าธรรมเนียมในอนุญาตการทำงานในประเทศมาเลเซีย โดยมีกำหนดการเข้าพบ ดาโต๊ะ อัชมี ฮามิด บิดิน เลขานุการรัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซีย และขอทราบผลการเจรจาเสร็จสิ้นภายในเดือน ธ.ค. นี้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการพบปะกับผู้แทน รมต.เกษตร มาเลเซีย เกี่ยวกับโครงการปลูกปาร์มน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนในพื้นที่มีกำหนดการเข้าพบท่านจุฬาราชมนตรี เพื่อขอคำปรึกษาหารือ การก่อตั้งชมรมนักวิชาการอิสลามอูลาม่า โดยมีเป้าหมายมุ่งหวังที่จะใช้ ชมรมเป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้     
       แหล่งข่าวคนเดียวกัน ยังเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมแกนนำสมาชิกขบวนการกลับมารายงานตัว ตอบแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งจากการประสานงานกับแกนนำต่างๆ ประกอบด้วย ขบวนการพูโล บีอาร์เอ็น บีเอ็นพีพี มีการแจ้งความประสงจะกลับมาร่วมโครงการนี้ ประกอบด้วย ดร.ฟาเดร์ เจะมาน หะยีแม ซอเราะ อยู่ที่ประเทศสวีเดน พูโล นายฮาซัน ตอยิบ พูโล อยู่ที่ มาเลเซีย ซึ่งรับว่าเป็นผู้ที่ให้การดูแลเรื่องที่พักให้กับ นายมะแซ อุเซ็ง และนายสะแปอิง บาซอ โดยมีแผนจะรวมตัวแกนนำกลับมารายงานตัว เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นกรณีพิเศษ เนื่องในวโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554       
       ด้าน พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า หลักฐานทางการข่าว แจ้งว่า ขบวนการเกิดความแตกแยกภายใน ระดับแกนนำบางคนบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง ที่ก่อเหตุกับกลุ่มผู้บริสุทธิ์ พัวพันกับกลุ่มค้ายาเสพติด กระทำการอุจอาจฆ่ากันในมัสยิด ลอบวางระเบิดในเดือนถือศีลอด ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบกลายเป็นมุสลิมด้วยกันเป็นต้น เป็นไปได้ที่บรรดาแกนนำเหล่านี้ จะหาวิธีการอื่นที่อยากให้ความเป็นธรรมกับสังคม แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริง โดยใช้สันติวิธี การรวมตัวได้จะเป็นทางออกที่ดีให้กับประชาชน       
       และในขณะเดียวกัน จะทำให้ขบวนการที่ใช้ความรุนแรงจะหมดโอกาสไปในที่สุดด้วย ทั้งนี้ ขบวนการต้องมาพิจารณาตัวเองว่า การที่ได้ฆ่าคนเป็นจำนวนมากนั้นได้อะไร ยิ่งทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาลงเรื่อยๆ คนส่วนใหญ่ต้องการความเป็นอิสระในการทำมาหากิน การศึกษาหาความรู้ ดังนั้นในสภาพการณ์เริ่มจะทำให้คนดีเกิดความแข็งแรงมากขึ้น       
       ดังนั้น โอกาสที่คนไม่ดีจะมาแอบอยู่หลังคนดีนั้นจะไม่มีที่ยืน ในที่สุดจะกลายพันธุ์ออกมาต่อสู้ในทางสันติมากขึ้น ซึ่งตรงกับนโยบายที่ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 มั่นใจว่าหากสามารถมาคุยกันได้ด้วยความจริงใจต่อกัน ก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้       
       รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากล่าวอีกว่า ถือว่าเป็นข่าวดีหรือมิติใหม่ของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชาชนต้องการความเป็นธรรมด้วยการใช้การเมือง หรือใช้ความสันติวิธี ที่ไม่ทำให้คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งปัจจุบันประตูช่องทางที่จะร้องทุกข์ นั้นมีอยู่มากมาย อาทิ ศอ.บต.เป็นต้น (ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 ก.ย.54 )

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2011, 10:42:01 PM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #624 เมื่อ: กันยายน 24, 2011, 08:44:10 PM »

- ศรีสะเกษ แม่น้ำใหญ่ล้นตลิ่งแล้ว 3อำเภอพื้นที่ภัยพิบัติ .... สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดศรีสะเกษขณะนี้อยู่ในช่วงการเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่ จะเพิ่มมากขึ้น ขณะนี้เบื้องต้นมี 11 อำเภอประมาณ 200 กว่าหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนและส่วนใหญ่จะกระทบพื้นที่ทางการเกษตร ยังไม่กระทบไปที่บ้านเรือนราษฎรแต่อย่างใด  ....ปัจจุบันถือว่ายังอยู่ในขั้นไม่รุนแรง ถ้าไม่มีปริมาณน้ำหรือร่องความกดอากาศต่ำหรือลมมรสุมมาเติมก็อาจจะพอระบาย น้ำออกได้ทัน.... thaihvac.com 24 ก.ย.54
- ชาววัดสิงห์ ชัยนาท พังกระสอบทรายกว่า450ม. .....เมื่อเวลา 13.00 น. ชาวบ้าน จาก เทศบาลตำบลวัดสิงห์ ตำบลมะขามเฒ่า ต.หาดท่าเสา ต.นางลือ ต.เขาท่าพระ และชาวบ้านจากจังหวัดอุทัยธานี ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมกว่า 500 คน ปิดถนนสายวัดสิงห์ - อุทัยธานี ขอเจรจากับเจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ อ.เมืองชัยนาท มีประตูระบายน้ำพลเทพที่ปิดกั้นแม่น้ำท่าจีนไม่ให้ไหลเข้าแม่น้ำท่าจีนไป จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งชาวบ้านเห็นความแตกต่างกันมากสำหรับพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่งที่ประตูกั้นน้ำอยู่ อีกทั้งไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมาเจรจา จึงช่วยกันลงมือรื้อกระสอบทรายที่บริเวณคันกั้นน้ำ2ซ้ายพลเทพฝั่งขวา พังทลายไปยาวกว่า 450 เมตร น้ำไหลเข้าท่วมโรงเรียนรัฐเขื่อนพลเทพและโครงการบำรุงรักษาพลเทพ และไหลลงแม่น้ำท่าจีน ……thaihvac.com 24 ก.ย.54
- น้ำปาวเริ่มทะลัก นอภ.เมืองกาฬสินธุ์ ระดมชาวบ้านกั้นน้ำ …..นายนิคม ปัญจวัฒน์ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ดาบตำรวจสมคิด นันทสมบูรณ์ นายกเทศมนตรีตำบลลำพาน ระดมชาวบ้านกว่า 50 คน ช่วยกันนำกระสอบทรายไปขวางกั้นรองน้ำหลังพบว่าปัญหาการระบายน้ำของเขื่อนลำ ปาวส่งผลให้ ลำน้ำพาน ซึ่งเป็นลำน้ำสายรองในแม่น้ำปาวหนุนสูงซึ่งได้เริ่มไหลเข้าท่วมพื้นที่นา ข้าวของเกษตรกรได้รับความเสียหายแล้วกว่า 2 พันไร่…… thaihvac.com 24 ก.ย.54
- น้ำท่วมอุทัยฯเสียชีวิตแล้ว 5ศพ ..... ตั้งแต่เกิดสถานการณ์อุทกภัยขึ้นในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ช่วงต้นเดือนกันยายน 2554 ที่ผ่านมา มีประชาชนจมน้ำเสียชีวิตไปแล้ว จำนวน 5 ศพ ล่าสุด ได้แก่ นายประทีป สุขเอี่ยม อายุ 57 ปี ที่จมน้ำเสียชีวิตขณะเดินลุยน้ำออกนอกบ้านจะไปดูแลพ่อที่ชรา อายุ 90 ปี อยู่บ้านใกล้กันห่าง 150 เมตร แต่ระหว่างทางโดนกระแสน้ำที่ท่วมสูงและไหลเชี่ยวพัดจมน้ำเสียชีวิต นับเป็นศพที่ 5 ของจังหวัดอุทัยธานี ที่เสียชีวิตตั้งแต่เกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี …… thaihvac.com 24 ก.ย.54
- ชาวชัยภูมินับร้อยอ่วมหนัก เจอสารเคมีรั่วตามน้ำ ....สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ยังมีชาวบ้านเดือดร้อนหนักในหลายพื้นที่ ล่าสุดที่ชุมชนหนองสังข์ เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ยังคงได้รับผลกระทบจากลำน้ำชีทะลักเข้าท่วมขังในพื้นที่มายายนานต่อเนื่อง กว่า 1 สัปดาห์ แล้ว ซี่งมีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมเสียหายหนักกว่า 250 หลังคาเรือน ยังคงถูกน้ำท่วมขังสูงอยู่ในพื้นที่สูงกว่า 80 ซม.-2.5 เมตร และมีบ้านเรือนราษฎรที่ได้รับความเสียหายหนักถูกท่วมจนมิดหลังคากว่า 30 หลัง และมีบ้านเรือนราษฎรถูกกระแสน้ำพัดหายไปทั้งหลังกว่า 7 หลังคาเรือน…..thaihvac.com 24 ก.ย.54
- น้ำป่าหลาก 30 ครัวเรือน อ.เมืองปานอ่วม …..เมื่อเวลา 04.00 น.เช้ามืดวันที่ 24 ก.ย.2554 มีน้ำป่า จาก ลำห้วยแม่มอญไหลหลาก เอ่อล้น เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร บ้าน บ้านศรีดอนมูล ม.2 บ้านหลวง ม.5 ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง หลังจากเมื่อกลางอึก เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง จนถึงช่วงเช้าวันนี้ ส่งผลให้ น้ำแม่มอญไหล เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรจำนวน 30 หลังคาเรือน ระดับน้ำ สูงประมาณ 50 เซนติเมตร และกระแสน้ำยังไหลเข้าท่วม โรงเรียนบ้านหลวง โดยชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านต้องตื่นนอน รีบขนย้ายของของเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องมือทางการเกษตรไว้บนที่สูง ส่วนนาข้าวถูกน้ำป่าท่วมเช่นกัน ….. thaihvac.com 24 ก.ย.54 
- บ้านหมี่จมบาดาลหลายตำบลติดเกาะ .....สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดลพบุรียังคงทวีความรุ่นแรงและเพิ่มสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่องโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบ้านหมี่จมบาดาลแล้ว.....ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำไหลลงสู่อำเภอบ้านหมี่และเข้าท่วมพื้นที่ 4 ตำบลคือตำบลบางพึ่ง ตำบลมหาสอน ตำบลบางขาม ตำบลบ้านชี .....ท่วมตลาดเทศบาลท่าโขลง และอีกหลายตำบลของอำเภอท่าวุ้ง ทั้งตำบลเขาสมอคอน ตำบลโคกสลุด มุจลิน บางงา โดยที่ตำบลเขาสมอคอนจะเป็นตำบลที่ได้รับผลกระทบหนักสุด....มีชาวบ้านจำนวนกว่า10หมู่บ้านติดเกาะเข้าออกจากพื้นที่ไม่ได้เนื่องจาก น้ำท่วมถนนสูงรถไม่สามารถเข้าออกได้ และกำลังขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม แล้ว .....thaihvac.com 24 ก.ย.54
- ชาวฝางอ่วม! น้ำป่าไหลลงดอยพัดซุง-โคลนถล่มหมู่บ้านพังยับ.....ชาวฝางระทึก! เจอน้ำป่าไหลทะลักกลางดึก พัดโคลน-ซุงถล่มหมู่บ้านทำน้ำท่วมสูงกว่า 50 ซม. แถมทำบ้านพัง-สะพานขาด หนำซ้ำมีคนโดนน้ำพัดหาย ปภ.เชียงใหม่เผยทุกหน่วยงานรุดให้ความช่วยเหลือแล้ว คาดสาเหตุมาจากลำน้ำแม่ใจบนดอยผ่าห่มปกทะลักท่วมหมู่บ้าน ล่าสุดพบศพสองเด็กน้อยที่สูญหายแล้ว ด้านประชาชนเดือดร้อนกว่า 100 หลังคาเรือน…… ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 ก.ย.54
- น้ำโขงหนุนสูงเริ่มท่วมหนองคายแล้ว …. สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดหนองคาย วันนี้ (23 ก.ย.54) ระดับน้ำโขง มีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนอยู่ในระดับวิกฤติ  … ทำให้น้ำไหลเข้าตามลำห้วยและเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่ การเกษตรเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอเมืองหนองคาย และอำเภอโพนพิสัย หากระดับน้ำโขงยังคงสูงต่อเนื่องจนถึง 12.20 เมตร กจะทำให้ล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทันที…… ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 ก.ย.54
- น้ำท่วมขังนานเริ่มเน่า สธ.หวั่นโรคระบาด….เมื่อ วันที่ 24 ก.ย. นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ในหลายพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม น้ำเริ่มเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น และเป็นแหล่งเพาะพันธ์ุยุง แมลงวัน ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ร่วมสำนักงานควบคุมป้องกันโรค.....ลดปริมาณให้น้อยลงที่สุด ไม่ให้เป็นตัวการแพร่เชื้อโรค ที่สำคัญคือโรคไข้เลือดออกและโรคอุจจาระร่วง ...... สำหรับการดูแลด้านสุขภาพ โดยเฉพาะด้านสุขภาพจิต ซึ่งมีผู้ประสบภัยมีความเครียดเพิ่มขึ้น …. ผลการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในพื้นที่ประสบภัยจนถึงวันนี้ รวม 2,654 ครั้ง พบผู้ป่วยสะสม 327,667 ราย โรคที่พบ 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำกัดเท้า ไข้หวัด ปวดกล้ามเนื้อ โรคผิวหนัง และโรคเครียด ผลการประเมินปัญหาสุขภาพจิต พบว่ามีความเครียดสูง 1,365 ราย มีอาการซึมเศร้า 3,124 ราย มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 363 ราย และต้องติดตามดูแลพิเศษ 440 ราย. .....ไทยรัฐ 24 ก.ย.54
ผลบอลกระชับมิตรไทย-กัมพูชา ทีมเอของสมเด็จฮุน เซน (เสื้อแดง) พิชิตทีมบีของสมชาย (เสื้อน้ำเงิน) 10-7 [ มติชน 24 ก.ย.54

แก๊งยาล้ำจัดฮ.ส่งยาถึงคุก
         ตะลึง แก๊งยาเสพติดไฮเท็กส่งฮ.บังคับวิทยุ ส่งยา-โทรศัพท์ บินเข้าไปถึงในเรือนจำกลางเขาบินจ.ราชบุรี แต่เกิดร่วงกลางไร่มัน โชคดีชาวบ้านเจอตามเก็บไว้ได้
     วันนี้(24  ก.ย.) …..พล.ต.ต.เพชรรัตน์  เปิดเผยว่า  เจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่าจะมีการส่งของผิดกฎหมายเข้าภายในเรือนจำกลางเขาบิน ซึ่งเป็นเรือนจำนักโทษเด็ดขาด  จึงได้ประสานกับทางเรือนจำและประชาชนรอบๆ พื้นที่ ให้คอยสอดส่องและเป็นหูเป็นตา กระทั่งช่วงสายในวันนี้ พบว่าคนร้ายได้ใช้เฮลิคอปเตอร์บังคับวิทยุ บรรทุกกล่องพลาสติกขนาด 1 ฟุต ภายในบรรจุโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมห่อด้วยท่อยางกันกระแทกอย่างดี  เมื่อบินถึงเป้าหมายคนร้ายจะกดปุ่มเพื่อให้ฝากล่องเปิด ให้โทรศัพท์หล่นลงไปที่เป้าหมาย คาดว่าเป็นแดนนักโทษคดียาเสพติด   แต่ขณะบินห่างจากเรือนจำประมาณ  500 เมตร ถึงไร่มันสำปะหลัง หมู่  6 ต.น้ำพุ อ.เมือง เครื่องเกิดขัดข้องจึงบินตกก่อนถึงเรือนจำ  เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานจากชาวบ้านเลยรีบไปตรวจสอบ พบว่าเฮลิคอปเตอร์ติดเครื่องยนต์อยู่ แต่ไม่พบคนร้ายจึงตรวจไว้ยึดเป็นหลักฐาน ……( เดลินิวส์ 24 ก.ย.54)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 24, 2011, 10:20:01 PM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #625 เมื่อ: กันยายน 24, 2011, 11:20:31 PM »

รัฐบาลผุดศบ.กช. บูรณางานดับไฟใต้ ล้มเขตปกครองพิเศษ
       ..... เมื่อวันที่ 23 กันยายน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อแก้ปัญหาเหตุไม่สงบชายแดนภาค ใต้ ช่วงเย็นวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา โดยเสนอให้ตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ หรือ ศบ.กช.ว่า เป็นการหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหลายๆ ครั้ง แม้มี ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้ หรือศอ.บต.และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือกอ.รมน.ใน พื้นที่ แต่เป็นการทำงานคนละส่วนกัน ยังไม่บูรณาการการทำงานร่วมกัน หรือมีเจ้าภาพ รวมตัดสินใจที่ชัดเจน
         จึงให้ประชุมเวิร์กช็อปวางยุทธศาสตร์ใหญ่ ซึ่งกองทัพจะนำเสนอยุทธศาสตร์และมีการหาผู้จะทำงานบูรณาการร่วมกันอีกครั้ง ส่วนนี้มอบหมายให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี เป็น ประธานและจะมี รมว.กลาโหม กับ ผบ.ทบ.ร่วมเป็นคณะทำงาน ส่วนในพื้นที่เป็นหน้าที่ของแม่ทัพภาคที่4 ในการเข้าไปเพื่อให้เกิดการบูรณาการและเกิดความชัดเจนในการสั่งงาน
รบ.ปูผุดศบ.กช.ดับไฟใต้
        น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับศูนย์ ศบ.กช.นั้น จะหารือรายละเอียดร่วมกันทุกหน่วยงาน ทั้งหมดและพยายามบูรณาการการทำงานทุกหน่วย ก่อนจะประกาศแผนงานอย่างชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง เพราะเวลานี้ประชาชนที่อยู่ในชายแดนภาคใต้มีกว่า 2 ล้านคน ทราบดีว่าทุกคนเป็นห่วงและหวาดระแวง ต่อเหตุการณ์ จะพยายามบูรณาการให้ทุกหน่วยงาน ดูแลอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าหลังจากประชุมแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น ความร่วมมือจากหลายส่วนที่จะทำให้ เกิดการทำงานร่วมกันในพื้นที่ การเข้าใจปัญหา การ ป้องกันและเกิดความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย ต้องทำทุกแกน ต้องแบ่งงานให้ชัดเจนขึ้นและมีระบบติดตามงาน ส่วนเรื่องของเขตปกครองพิเศษนั้น เราคงยังไม่ไปถึงตรงนั้น จากที่ฟังประชาชนแล้วส่วนใหญ่อยากให้เกิดความปลอดภัยก่อน  แนวหน้า 24 ก.ย.54
บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #626 เมื่อ: กันยายน 26, 2011, 02:59:30 PM »

สรุปสถานการณ์น้ำท่วม 25-26 ก.ย.54

- ดอยฟ้าห่มปกเสียหายจากน้ำป่ากว่า1 ล้าน .....อุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ...เสียหายจากน้ำป่าซัดถล่มในพื้นที่อุทยานฯ ....ซึ่งทั้งหมดประเมินความเสียหายราว 1 ล้านบาท…..thaihvac.com 25 ก.ย.54
- น้ำป่าถล่มฝางสูญ 200 ล้าน โรงไฟฟ้าพัง ....น้ำป่าถล่มฝางเสียหายกว่า 200 ล้าน โรงไฟฟ้าพลังน้ำ-ศูนย์วิจัยเกษตรฯ พังยับ รมช.คลัง เตรียมนำเรื่องเข้า ครม.ขอช่วยเหลือเร่งด่วน….. thaihvac.com 25 ก.ย.54
- ปากน้ำโพ นครสวรรค์น้ำยังท่วมหนัก ....สถานการ์น้ำท่วมที่นครสวรรค์ ยังไม่ลด เมื่อวันนี้ 25 ก.ย.ระดับน้ำในแม่น้ำน่านที่ศูนย์นาวา เพิ่มขึ้นอีก 4 ซม.ระดับน้ำในแม่น้ำปิงที่ศูนย์นที เพิ่มสูงขึ้น 5 ซม.แม่น้ำเจ้าพระยาที่หน้าบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นอีก2 ซม.  ....ระดับน้ำสูงกว่าสันพนังกั้นน้ำของเทศบาล 42ซม.  ..... thaihvac.com 25 ก.ย.54
- ชาวชุมชนเย็นฉ่ำ ปทุมธานี จมน้ำมานานกว่าเดือน   ….ปทุมธานี-ชาวชุมชนเย็นฉ่ำ จมน้ำมานานกว่าเดือนแล้ว วอน กทม.เปิดประตูรับน้ำออกไปบ้าง.... thaihvac.com 25 ก.ย.54
-น้ำท่วมกาฬสินธุ์ 8 อำเภอ บ้านกว่า 1,500 หลังจมน้ำ.....สถานการณ์น้ำท่วมกาฬสินธุ์วิกฤตหนัก 8 อำเภอ บ้านเรือนกว่า 1,500 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมสูง 2 เมตร .... thaihvac.com 25 ก.ย.54
- พิษน้ำท่วมทำนาข้าวกาฬสินธุ์ 8 หมื่นไร่จมน้ำ ชาวบ้านผวาเขื่อนลำปาวทรุด…ปัญหาน้ำท่วม - วิกฤตเขื่อนลำปาวระบายน้ำ ส่งผลพื้นที่นาข้าวท่วมพุ่งกว่า 8 หมื่นไร่ ขณะที่ปริมาณน้ำเกินกักเก็บเกือบร้อยล้าน ชาวบ้านผวาเขื่อนลำปาวทรุดเหตุเพิ่งก่อสร้างเสร็จใหม่… ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 ก.ย.54
-น้ำป่า-แม่น้ำน่านทะลักเข้าท่วมหมู่บ้านจัดสรรชุมชนตัวเมืองพิจิตรอ่วม… น้ำป่าและน้ำจากแม่ น้ำน่านเข้าถนนชุมชนเมืองในเขตตัวอำเภอเมืองพิจิตรอีกระลอก ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน โชคดีหน่วยทหารจากพิษณุโลกเข้ามาช่วยขนย้ายสิ่งของหนีน้ำ ทำให้บรรเทาความเสียหายได้บางส่วน .... ASTVผู้จัดการออนไลน์ 26 ก.ย.54
- มหาสารคามลำน้ำชีและลำน้ำสาขาระดับน้ำเพิ่มสูง .......สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดมหาสารคามเริ่มขยายวงกว้าง เนื่องจากอิทธิพลจากแม่นำชี และแม่น้ำสาขา ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทางจังหวัดต้องประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่มอีก 1 อำเภอรวมเป็น 10 อำเภอ ... thaihvac.com 26 ก.ย.54
อุตุเผยอีสาน-ใต้ยังมีฝนหนักบางพื้นที่ ...... พายุโซนร้อน "ไห่ถาง" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง  กำลังเคลื่อนนอกชายฝั่งประเทศเวียดนามอย่างช้าๆ ไปทางทิศตะวันตก ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ยังมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี ตราดและระนอง  …. thaihvac.com 26 ก.ย.54
- น้ำท่วมลิงป่าอดอาหารหิวโซ …. ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักสูงขึ้นไหลเข้าท่วมบริเวณบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ตาม ตลิ่ง โดยเฉพาะที่ วัดสะตือ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา  …ส่วนที่ อ.นครหลวง ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักสูงขึ้นจนเข้าท่วมวัดหลายแห่ง  โดยพระวัดเกาะแก้ว หมู่  2  ต.คลองสวนพลู  อ.พระนครศรีอยุธยา  ต้องใช้สะพานไม้ที่ทำกันขึ้นเองเดินเข้าออกภายในวัด  ….ด้าน นายทองอยู่  หิรัญรักษ์ตระกูล อายุ 54 ปี  ชาวบ้าน หมู่  2 ต.รางจระเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พ่อค้าขายของได้ปั่นจักรยานยนต์นำกล้วยน้ำว้าสุก เดินลุยน้ำเข้าไปให้ลิงแสมที่อยู่ในป่าวัดโพธิ์ หมู่ 4  ต.บ้านแพน อ.เสนา ซึ่งบริเวณดังกล่าวถูกน้ำท่วม ...พื้นที่โดยรอบ ทำให้ฝูงลิงจำนวนกว่า 40 ตัว ซึ่งเป็นลิงป่าที่อาศัยอยู่ข้างวัดไม่สามารถออกไปหาอาหารได้ .....เดลินิวส์ 26 ก.ย.54
- เวทนาหมาแมว300ตัวหนีน้ำท่วม พึ่งหลังคากุฎิ…สถานการณ์น้ำท่วมในจ.อ่างทอง ในหลายพื้นที่ยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด วัดโพธิ์เอน ต.คลองขนาก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นที่พักพิงของเหล่าหมาและแมวที่คนได้นำมาปล่อย …ตอนนี้น้ำเริ่มไหลเข้าท่วมวัด ..สูงกว่า 20 เซนติเมตร ทำให้หมาแมวไม่มีที่จะอยู่ ....ตอนนี้ที่วัดมีแมวและหมาเกือบ 300 ตัว ...มีบางส่วนที่ไปอาศัยอยู่บนหลังคากุฎิ และมีหมาบางส่วนไปอาศัยอยู่ตามโบสถ์และเมรุ ซึ่งก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน ....ข่าวสด 26 ก.ย.54

บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #627 เมื่อ: กันยายน 26, 2011, 03:04:53 PM »

เตือนอาร์เคเคเตรียมป่วนใต้ครั้งใหญ่
        ศอ.บต.เผย 2แกนนำขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์นิเนต เตรียมรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ ส่งสัญญาณเกิดเหตุรุนแรงระลอกใหญ่
        นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ประธานคณะกรรมการการสื่อสารและการมีส่วนรวม  สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)  กล่าวว่า ทางกองทัพ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ  สภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.)   ต่างมีหลักฐานและเห็นตรงกันว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลัง คือขบวนการบีอาร์เอ็นโคออดีเนต   โดยมีเป้าหมายแบ่งแยกดินแดนเพื่อตั้งรัฐปัตตานี เป็นประเทศใหม่  โดยมีนายยาเซ ปาต๊ะห์   ตัวแทนขบวนการพูโลภาพพื้นยุโรปได้มีการพูดคุยลับกับ นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการ ศอ.บต.มาหลายครั้ง โดยตกลงที่จะยุติบทบาทการต่อสู้ แล้วจะรายงานตัว เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยกำหนดให้วันที่  12 ก.ย.ที่ผ่านมา ด้วยการเปิดศูนย์ประชาอาสาพัฒนาแก้ไขปัญหา และนายยาเซร์ ปาตะห์ เป็นประธานศูนย์ และเปิดตัวที่แยกโรงพยาบาลจังหวัดยะลา   เป็นศูนย์ประสานงานติดต่อกับบุคคลต่างๆ
        นอกจากนี้นั้นยังได้เตรียมนำคนในขบวนการที่อาสัยอยู่ในประเทศที่ 3 และ อื่น ๆ เข้ามารายงานตัวเข้าร่วมพัฒนาชาติไทยด้วย และยังได้กำหนดจะนำ นายสะแปอิง บาซอ อดีตผู้จัดการโรงเรียนธรรมวิทยา ซึ่งถูกทางการไทยกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าขบวนการก่อความไม่สงบและเป็นแกนนำบี อาร์เอ็นโคออร์นิเนต   นายมะแซ อุเซ็ง เสนาธิการขบวนการบีอาร์เอ็นโคออร์นิเนต  และเป็นเจ้าของแผน บันได 7 ขั้น  ในการก่อตั้งรัฐปัตตานีดารุสลาม มารายงานตัวกับทางการไทยด้ัวย   ซึ่งบุคคลสำคัญทั้ง 2 ขณะนี้อยู่ในความคุ้มครองของ นายฮาซัน ตอยิบ  คนสำคัญของขบวนการในประเทศมาเลเซีย ซึ่งทั้ง 2 มีรางวัลนำจับจากทางการไทยรายละ 5 และ 10  ล้านบาท
        นายไชยยงค์  กล่าวอีกว่า ข่าวการรายงานตัวของนายยาเซร์ ปาต๊ะห์  แกนนำพูโลกลุ่มภาคพื้นยุโรป และเตรียมรายงานตัวของนายมะแซ อุเซ็ง และนายสะแปอิง บาซอ  ดังนั้นสิ่งที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ศชต. ศอ.บต.จะต้องระวังที่อาจจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น  ขบวนการบีอาร์เอ็นมีการเปลี่ยนแปลงภายใน โดยมีการเปลี่ยนแปลงแกนนำ เพื่อให้การต่อสู้ทางการทหาร และการเมือง เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้ รัฐบบาลพรรคเพื่อไทย  และกลุ่มพูโลเก่า ที่มีนายคัสตูรี่ มะโกตา เป็นแกนนำ  ยังคงอยู่ซึ่งในช่วงเดือนต.ค.นี้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการรักษาความสงบใน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องมีแผนป้องกันที่รัดกุม เพราะจะเป็นช่วงที่แนวร่วมมีแผนรวมดาราเพื่อสร้างสถานการณ์รุนแรงอีกครั้ง ( โพสต์ทูเดย์ 26 ก.ย.54)

ครบ 1 เดือนรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ลุยถลุงงบ เงินสะพัด 6 แสนล้านบาท
        รัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารประเทศครบ 1 เดือน ตะลุยออกมติ ครม.ทำตามสัญญาที่หาเสียง เกี่ยวข้องกับวงเงินร่วม 6 แสนล้านบาท แต่ละมาตรการยังเป็นลักษณะเหมือนเด็กเล่นขายของ ลองผิด ลองถูก และไม่รอบคอบ จนต้องทบทวนใหม่หลายครั้ง
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่รัฐบาลภายใต้ การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เริ่มต้นบริหารประเทศเมื่อวันที่ 26 ส.ค. จนถึงบัดนี้ ที่ครบรอบ 1 เดือนของการบริหารประเทศ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติเดินหน้าในหลายๆโครงการที่เป็นนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ระหว่างการเลือกตั้ง และจากการติดตามข้อมูล พบว่ารัฐบาลได้ใช้เม็ดเงินมหาศาลในการดำเนินโครงการต่างๆ อีกทั้งการบริหารงานที่เป็นไปอย่างไม่รอบคอบ แม้ถูกทักท้วงล่วงหน้า จนต้องนำนโยบายที่สำคัญเสนอให้ ครม.ทบทวนและออกมาตรการเพิ่มเติมในหลายๆเรื่อง เริ่มต้นจากนโยบายลดราคาน้ำมันลง โดยการปรับลดการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน
       กรณี ดังกล่าว รัฐบาลได้ปรับลดการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เฉพาะในส่วนของน้ำมันเบนซิน 95 เบนซิน 91 และน้ำมันดีเซล แต่ไม่ปรับลดในส่วนของแก๊สโซฮอล์ จนเป็นผลให้คนลดการเติมแก๊สโซฮอล์และหันไปเติมน้ำมันเบนซินแทน เนื่อง จากส่วนต่างของราคาของน้ำมันทั้งสองชนิดแคบเกินไป และอีก 4 วันถัดมา จึงต้องแก้ปัญหาส่วน ต่างราคา ด้วยการลดการนำส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันในส่วนของแก๊สโซฮอล์ พร้อมทั้งชดเชยราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์เพิ่ม ทำให้รัฐสูญเงินเข้ากองทุนน้ำมันเดือนละ 6,570 ล้านบาทต่อเดือน
       ดังนั้น หากรัฐบาลดำเนินมาตรการนี้นาน 6 เดือน จะสูญเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 39,420 ล้านบาท และหากทำ 1 ปี จะสูญเงิน 78,840 ล้านบาท ขณะที่กองทุนน้ำมันยังต้องแบกรับภาระการชดเชยก๊าซหุงต้มและเอ็นจีวีให้กับ ประชาชนเดือนละ 3,600 ล้านบาท จนเป็นเหตุให้ต้องกู้เงินเข้ากองทุนน้ำมัน 20,000 ล้านบาท และหากไม่พอก็ต้องกู้เพิ่มอีก โดยหากดำเนินมาตรการอีก 1 ปี คาดว่าต้องใช้เงินกู้อีก 40,000 ล้านบาท ซึ่งแม้ว่ามาตรการนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับเงินงบประมาณของประเทศ แต่มีวงเงินเกี่ยวข้องเกินแสนล้านบาท
       นโยบายต่อมาที่ผ่านการอนุมัติ ของ ครม. คือ โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 2554/55 โดยอนุมัติวงเงินเป็นค่าใช้จ่ายการดำเนินการของหน่วยปฏิบัติหลัก อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, องค์การคลังสินค้า ฯลฯ รวม 435,547 ล้านบาท แยกเป็นวงเงินจ่ายขาด 25,547 ล้านบาท วงเงินหมุนเวียนที่ใช้ในการรับจำนำข้าว 25 ล้านตัน 410,000 ล้านบาท ในส่วนของวงเงินหมุนเวียน คาดว่าจะขาดทุน 100,000 ล้านบาท
       ครม.ยัง ได้เห็นชอบมาตรการรถยนต์คันแรก โดยได้ตั้งงบประมาณปี 2556 จ่ายเงินคืนให้กับผู้ซื้อรถยนต์ในจำนวนเท่ากับภาษีสรรพสามิตของรถยนต์ที่กรม สรรพสามิตเก็บเข้ามา คาดว่าหากมีผู้ซื้อรถยนต์ 500,000 คัน จะต้องตั้งงบประมาณคืน 30,000 ล้านบาท ยังไม่รวมที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอให้ ครม.ทบทวนมาตรการนี้ให้ครอบคลุมรถยนต์นำเข้า และขยายรถขนาด 1,600 ซีซี ให้อยู่ในโครงการนี้ ซึ่งอาจจะมีการใช้เม็ดเงินมากขึ้น
       สำหรับ มาตรการบ้านหลังแรก ครม.ได้เห็นชอบให้นำค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านหลังแรก 10% มาหักลดหย่อนภาษีได้ 5 ปี คาดว่าจะทำให้รัฐเสียรายได้ไป 1,700 ล้านบาท แต่ภายหลังรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามาตรการนี้ไม่ได้ช่วยผู้มีรายได้น้อย แต่กลับไปช่วยคนที่มีรายได้สูงมีโอกาสลดหย่อนภาษี และรวมแล้วไม่ได้ช่วยผู้ที่อยากมีบ้านหลังแรกเท่าใดนัก กระทรวงการคลังจึงจะเสนอ ครม.เพิ่มเติมมาตรการ โดยให้นำค่าใช้จ่ายของการซื้อบ้านหลังแรกมาลดหย่อนภาษีได้โดยตรง โดยคาดว่ารัฐบาลจะสูญรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 8,600 ล้านบาท
       ขณะที่ มาตรการจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพให้ผู้จบปริญญาตรีในระบบราชการ ให้มีรายได้รวมแล้วเดือนละ 15,000 บาท และผู้ต่ำกว่าปริญญาตรี มีรายได้เดือนละ 9,000 บาท จะมีผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการปรับเพิ่มรายได้ครั้งนี้รวมทั้งสิ้น 649,323 ราย โดยใช้งบประมาณเพิ่มปีละ 24,533 ล้านบาท ซึ่งในช่วงแรกจะใช้งบจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 รวม 18,864 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการจ่ายระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-30 ก.ย.2555 โดยเม็ดเงินนี้ยังไม่รวมที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม.ให้แก้ปัญหาความลักลั่นของผู้ที่ทำงานมานานแต่รายได้เพิ่งแตะ 15,000 บาท และผู้ที่เรียนจบปริญญาโทและปริญญาเอก ตลอดจนนโยบายที่จะให้มีการปรับโครงสร้างเงินเดือนของข้าราชการทั้งหมด ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากนโยบายดังกล่าวอีกปีละ 25,000 ล้านบาท. (ไทยรัฐ 26 ก.ย.54 )

บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #628 เมื่อ: กันยายน 28, 2011, 07:23:39 AM »

สรุปสถานการณ์น้ำท่วม 27-28 ก.ย.54
- สุโขทัย ฝนตกหนักน้ำป่าท่วมกลางดึก ......ฝนที่ตกหนักในพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย สร้างผลกระทบกับปริมาณกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ท่าแพจนเอ่อล้น สปิลเวย์ในความสูง 50 ซม.ไหลบ่าลงสู่ลำคลองแม่ท่าแพ รวมทั้งมีน้ำป่าจากแนวเทือกเขาในพื้นที่ไหลบ่าสมทบลงสู่ลำคลองจนเอ่อล้นเข้า ท่วมหลายหมู่บ้านในตำบลสารจิตและตำบลบ้านแก่งของอำเภอศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย….. thaihvac.com 28 ก.ย.54
- ลำปางประกาศรถไฟสายเหนือหยุดวิ่งบริการทุกขบวน ......  เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 27 กันยายน สถานีรถไฟนครลำปางได้ติดป้ายประกาศ ให้ประชาชนทราบอีกครั้งว่าหลังจากที่ได้ประกาศหยุดเดินรถไฟในสายเหนือไปแล้ว 2 ขบวน คือ ขบวนรถด่วนพิเศษ และด่วนนครพิงค์ ล่าสุด ทางการรถไฟแห่งประเทศทั้งหมดได้ประกาศหยุดเดินรถไฟในสายเหนืออีก 1 ขบวน คือ ขบวนสปรินเตอร์ ส่งผลให้ขบวนรถไฟในสายเหนือทุกขบวนที่จะวิ่งให้บริการจากต้นทางจังหวัด เชียงใหม่ ไปยังกรุงเทพมหานคร ในคืนนี้ ต้องหยุดวิ่งทั้งหมด เนื่องจากเส้นทางรถไฟใน จ.นครสวรรค์ ถูกน้ำท่วม ไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้ ….thaihvac.com 27 ก.ย.54
- “ไห่ถาง” ถล่มเมืองช้างฝนตกต่อเนื่อง - “น้ำมูล” ทะลักท่วมบ้าน นาข้าวหลายพื้นที่…..สุรินทร์- อิทธิพลพายุ “ไห่ถาง” ถล่มเมืองช้างฝนตกต่อเนื่องทั้งจังหวัด แม่น้ำมูล-น้ำชี ล้นตลิ่งทะลักท่วมบ้านเรือน นาข้าวหลายพื้นที่ ล่าสุด อ.ชุมพลบุรี นาข้าวหอมมะลิ จมกว่า 3,500 ไร่ ท่วมบ้านเรือน ปชช.59 หมู่บ้าน …. ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ก.ย.54 
- อุตุฯ เหนือ ประกาศเตือนฉ.1 "ดีเปรสชั่นไถ่หาง" .....เมื่อเวลา 19.00 น. ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ออกประกาศฉบับที่ 1 (24/2554) เรื่องพายุดีเปรสชั่นไห่ถาง โดยระบุว่าเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 27 กันยายน พายุดีเปรสชั่นไห่ถาง ได้เคลื่อนเข้สู่บริเวณประเทศลาว …..ห่างจากทางด้านตะวันออกของจังหวัดมุกดาหารประมาณ 130 กิโลเมตร … thaihvac.com 27 ก.ย.54
- อ่างเก็บน้ำแม่เกี๋ยงอั้นไม่อยู่ ต้องระบายน้ำออกส่งผลถนนขาด 1 ท่วม 3 หมู่บ้าน....ลำปาง -อ่างเก็บน้ำแม่เกี๋ยง รับน้ำฝนที่ตกอย่างหนักไม่ไหว ต้องปล่อยทิ้งส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วม 3 หมู่บ้านในอำเภอเกาะคา เบื้องต้นถนนในหมู่บ้านหมู่ 2 สันติสุข ขาดไปแล้ว 1 สาย.... ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ก.ย.54 
- ลพบุรีสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง-วิกฤตในรอบกว่า 50 ปี ....  สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดลพบุรีในขณะนี้ อยู่ในช่วงรุนแรงและวิกฤตที่สุดในรอบกว่า50ปี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อำเภอบ้านหมี่ถูกท่วมเกือบทุกตำบลที่อยู่ริมน้ำ อำเภอท่าวุ้ง และอำเภอเมืองลพบุรี ได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีน้ำท่วมในพื้นที่ในระดับสูงมาก บางแห่งบ้านพักอาศัยชั้นที่ 2 อยู่อาศัยไม่ได้ ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และต่อเนื่องตลอดเวลา ถึงวันละประมาณ 2-3 เมตร โดยเฉพาะอำเภอเมืองที่ตำบลพรหมมาตร์ บางขันหมาก โคกลำพาน ดอนโพธิ์ โพธิ์เก้าต้น โก่งธนู และตำบลงิ้วราย ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลพบุรี   เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพประชาชนที่ติดอยู่ใน บ้านออกจากพื้นที่อย่างโกลาหล จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถช่วยเหลือออกมาได้ทั้งหมดเนื่องจากมวลน้ำที่มีกระแส แรงและเร็วมาก ประกอบกับมีฝนตกหนัก จึงทำให้การอพยพเป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น ในขณะนี้ ถนนสายท่าวุ้ง - ลพบุรี บริเวณหน้าวัดมณีชลขันฑ์ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี มีน้ำท่วมขังในระดับสูง บางช่วงรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้  .....ช่วงขาออกจากตัวเมืองลพบุรีขณะนี้รถติดยาวนับ10กิโลเมตรและยาวนานนับชั่วโมงกว่าจะออกจากตัวเมืองได้เอง… thaihvac.com 27 ก.ย.54
- สั่ง “ชาวน้ำไผ่” อุตรดิตถ์อพยพด่วน หวั่นเกิดเหตุซ้ำโคลนถล่ม.....อุตรดิตถ์ - หัวหน้าอุทยานแห่งชาติคลองตรอน อำเภอน้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ออกเตือนผู้นำหมู่บ้านน้ำไผ่ให้อพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ เหตุฝนตกบริเวณต้นน้ำอย่างต่อเนื่องเกรงดินโคลนจะถล่มซ้ำ.... ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ก.ย.54 
- ชาวนา “พุทไธสง” ระทม เร่งดำน้ำเกี่ยวข้าวจม 2,000 ไร่ - ก่อนเน่าเสียหายหมด....บุรีรัมย์ - ชาวนา อ.พุทไธสง บุรีรัมย์ ระทมเร่งดำน้ำเกี่ยวข้าวที่ออกรวงใกล้เก็บเกี่ยวหวั่นจมน้ำเน่าตายเสียหายทั้งหมด หลังถูกน้ำเหนือจากโคราช และ ชัยภูมิ ไหลรวม “ลำสะแทด” เอ่อทะลักท่วมนาข้าวสูงกว่า 1 เมตร ทั้งอำเภอกว่า 2,000 ไร่ ขณะทางอำเภอ และ ทหาร นำเรือท้องแบน 2 ลำบริการรับ-ส่งเข้าออกหมู่บ้านน้ำท่วมถนนตัดขาด....ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ก.ย.54 
- เขื่อนอุบลรัตนวิกฤตน้ำเต็มอ่างแล้ว-ผู้ว่าฯขอนแก่นจี้ทุกอำเภอเฝ้าระวังน้ำท่วม....ศูนย์ข่าวขอนแก่น...ระดับน้ำเขื่อนอุบลรัตนเข้าขั้นวิกฤต น้ำเต็มเขื่อนแล้ว ทั้งมีน้ำจากเลย/หนองบัวลำภู ไหลเข้าต่อเนื่อง เผย ปริมาณน้ำไหลเข้ากว่า 69 ล้านลบ.ม./วัน แต่ไหลออกได้แค่ 31 ล้าน ลบ.ม.ห่วงพายุลูกใหม่ซ้ำเติม .... ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ก.ย.54
- เขื่อนโคราชทั้งจังหวัดปริ่มล้นทะลัก - “ไห่ถาง” ถล่มฝนตกหนัก ผวาท่วมใหญ่ซ้ำรอย....ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - เขื่อนโคราชขนาดใหญ่ 4 โครงการ - ขนาดกลาง 18 แห่งทั้งจังหวัดปริ่มล้น พายุ “ไห่ถาง” ถล่มฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งวันจ่อทะลักท่วมใหญ่ เผยเขื่อนลำตะคอง-ลำพระเพลิงใกล้ล้นต้องเร่งระบายน้ำ ขณะที่ลุ่มแม่น้ำมูล บ้านเรือน พื้นที่เกษตรจมน้ำแล้วหลายแห่ง ชาวโคราชผวาท่วมหนักซ้ำรอยปีที่ผ่านมา ระดมขนกระสอบทรายทำกำแพงกั้นหน้าบ้าน บริษัท ห้างร้าน ส่งผลทรายขาดตลาดราคาพุ่ง....ASTVผู้จัดการออนไลน์ 27 ก.ย.54
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 28, 2011, 07:38:55 AM โดย อาทิตย์อุทัย » บันทึกการเข้า
อาทิตย์อุทัย
Hero Member
*****
กระทู้: 1607


ดูรายละเอียด
« ตอบ #629 เมื่อ: กันยายน 28, 2011, 11:39:27 PM »

อู้ฟู่!ไพร่ร้อยล้าน ตะลึงทรัพย์สิน‘ก่อแก้ว-ณัฐวุฒิ-เหวง-ตู่’สู้แล้วรว
         ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน ครม.ปู บุญเก่าส่ง "ปลอด" รวยกว่าใครเฉียดพันล้าน "ยิ่งลักษณ์" จนกว่าที่คิด มีแค่ 536 ล้าน  เบาะๆ กระเป๋าถือแบรนด์เนม 7 ใบ 2.1 ล้าน ฮือฮาทั่น ส.ส.แดงรวยเป็นแถบ "ตุ๊ดตู่" แจงมี 8 ล้าน แต่ซุกลูกสาวนอกสมรส มี 3 รับรองแค่ 2  ส่วน "ณัฐวุฒิ" รวยกว่า มีทรัพย์สิน 22 ล้าน ฮือฮาไพร่ขับเก๋งหรู 3 ล้านทะเบียนตอง 7 ลูกเสธ.แดงจน ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่ถึงหมื่น
         คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จำนวน 36 คน ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 2 ส.ค.2554
         โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 536,758,045 บาท แบ่งเป็น เงินสด 13,961,180 บาท, เงินฝากในบัญชีธนาคาร จำนวน 13 บัญชี  381,156,160 บาท, เงินลงทุน 81,376,146 บาท, เงินให้กู้ยืม 110,301,369 บาท, ที่ดิน 65,186,350 บาท, โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 162,368,182 บาท, ยานพาหนะ 18,690,000 บาท ซึ่งในจำนวนนี้มีรถยนต์ 8 รายการ อาทิ รถยนต์ยี่ห้อ Folkswagen caravelle ที่ใช้ในราชการ ราคา 3,000,000 บาท, รถยนต์ PORSCHE CAYMAN ราคา 5,200,000 บาท, สิทธิและสัมปทาน 1,028,655 บาท, ทรัพย์สินอื่น 45,690,000 บาท ซึ่งในจำนวนนี้ ประกอบไปด้วย เครื่องประดับจำนวน 73 รายการ อาทิ แหวนเพชรเหลือง (2 กระรัต) พร้อมเพชรขาว (3.3 กะรัต) 1 วง ราคา 4,000,000 บาท, จี้เพชร (13.5 กะรัต) 1 อัน ราคา 7,700,000 บาท, ต่างหูไพลิน (ข้างละ 9 กะรัต) พร้อมทับทิม 1 คู่ ราคา 2,500,000 บาท, กระเป๋าถือยี่ห้อ Hermes 7 ใบ มูลค่ารวม 2.1 ล้านบาท
         นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินในส่วนของนายอนุสรณ์ อมรฉัตร คู่สมรส ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งมีทรัพย์สินทั้งหมด 76,779,386 บาท มีหนี้สิน 369,658,334 บาท ขณะที่ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย มีทรัพย์สิน 4,373,955 บาท ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 541,132,001 บาท
        สำหรับรัฐมนตรีคนอื่นที่น่าสนใจ อาทิ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีทรัพย์สิน 75,074,228 บาท, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 178,209,858 บาท, พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 27,491,960 บาท, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 59,905,465 บาท, นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มีทรัพย์สิน 441,647,903 บาท, นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 99,481,874 บาท, น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 17,465,981 บาท, พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม มีทรัพย์สิน 380,446,881 บาท, นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง มีทรัพย์สิน 113,328,544 บาท, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง มีทรัพย์สิน 4,449,394 บาท, นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง มีทรัพย์สิน 166,042,486 บาท
         นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.การต่างประเทศ มีทรัพย์สิน 45,682,742 บาท, นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีทรัพย์สิน 18,701,114 บาท, นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีทรัพย์สิน 5,135,860 บาท, นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ รมช.เกษตรฯ มีทรัพย์สิน 31,821,925 บาท, พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม มีทรัพย์สิน 46,924,310 บาท, พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม มีทรัพย์สิน 174,311,731 บาท, นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รมช.คมนาคม มีทรัพย์สิน 3,937,398 บาท, นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีทรัพย์สิน 31 ล้านบาท, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มีทรัพย์สิน 11,641,750 บาท
        นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน มีทรัพย์สิน 193,277,297 บาท, นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 43,762,458 บาท,นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.พาณิชย์ มีทรัพย์สิน 26,460,264 บาท, นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย มีทรัพย์สิน 123,661,591 บาท, นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย มีทรัพย์สิน 43,686,094 บาท
        พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม มีทรัพย์สิน 279,085,202 บาท, นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน มีทรัพย์สิน 32,097,764 บาท, นางสุกุมล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม มีทรัพย์สิน 82,816,096 บาท, นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีทรัพย์สิน 963,499,502 บาท, นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สิน 24,082,821 บาท, นางบุญรื่น ศรีธเรศ รมช.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สิน 28,672,495 บาท, นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รมช.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สิน 216,915,759 บาท, นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข มีทรัพย์สิน 11,308,381 บาท, นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สาธารณสุข มีทรัพย์สิน 6,145,764 บาท, นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม มีทรัพย์สิน 238,670,113 บาท
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ ครม.ยิ่งลักษณ์ 1 นี้ มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 4,787,975,806 บาท โดยรัฐมนตรีที่รวยที่สุด คือ นายปลอดประสพ ซึ่งมีทรัพย์สินมากถึง  963,499,502 บาท อันดับ 2 คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีทรัพย์สิน  541,132,001 บาท อันดับ 3 นายชุมพล มีทรัพย์สิน 441,647,903 บาท ส่วนรัฐมนตรีที่จนที่สุด คือ นายกิตติศักดิ์ มีทรัพย์สิน 3,937,398 บาท
        สำหรับบัญชีทรัพย์สินของ ส.ส.ทั้ง 500 คนที่น่าสนใจ เช่น พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หลานนายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการสำนักพระราชวัง มีทรัพย์สิน 68,494,000 บาท หนี้สิน 25,879,698 บาท, นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตประธานบริษัทชินคอร์ป มีทรัพย์สิน 138,377,990 บาท, นายบัณฑูร สุภัควณิช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 20,173,990 บาท
        ในส่วนของ ส.ส.หน้าใหม่ และเป็นทายาททางการเมือง อาทิ นายชื่นชอบ คงอุดม ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ และบุตรชายนายชัช เตาปูน ผู้กว้างขวาง แจ้งทรัพย์สิน 165,586,096 บาท หนี้สิน 5,566,859 บาท, นายสุรชาติ เทียนทอง ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย บุตรชายนายเสนาะ มีทรัพย์สิน 3,277,438 บาท ไม่มีหนี้สิน, น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และบุตรสาวนายสมชาย-นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สิน 274,123,979 บาท หนี้สิน 117,027,750 บาท, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ บุตรชายบุญธรรมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มีทรัพย์สิน 88,064,618 บาท
         ส่วนพวก ส.ส.นปช.-เสื้อแดงที่น่าสนใจและเรียกเสียงฮือฮาที่สุดก็คือ น้องเดียร์ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลูกสาวเสธ.แดง (พล.ต.ขัตติยะ)  มีทรัพย์สิน 9,693 บาท คือเงินฝากธนาคารกสิกรไทย สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
         ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงอีกคน กลับแจ้งทรัพย์สินสูงถึง 21,864,458 บาท หนี้สิน 6,738,043 บาท แต่ไพร่ผู้นี้ แจ้งว่ามีภรรยาซึ่งเป็นที่รู้กันอย่างเปิดเผยคือ นางสิริสกุล ใสยเกื้อ ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มีบุตร 2 คน ด.ช.นปก และ ด.ญ.ชาดอาภรณ์ ใสยเกื้อ ในส่วนของทรัพย์สินที่มีไว้ในครอบครองประกอบด้วย รถยนต์ 3 คัน   คันที่น่าสนใจคือ ป้ายทะเบียน ฮธ 777 กทม. มูลค่า 3 ล้าน ซื้อเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2553 ช่วงคนเสื้อแดงเริ่มชุมนุมก่อนการเผาเมือง  และยังมีอาวุธปืนออโตเมติกขนาด .380 พร้อมกระสุน 12 นัด มูลค่า 1 แสนบาท เป็นต้น
         นายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 2,445,586 บาท, น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำเสื้อแดง ก็ไม่เบา 199,251,271 บาท
         นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มีทรัพย์สินรวม 8,224,825 บาท ไม่มีหนี้สิน ทั้งนี้ นายจตุพรไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคู่สมรส แต่แจ้งบัญชีทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไว้ จำนวน 5,185 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2,700,000 บาท ยานพาหนะ 1,670,000 บาท
         เป็นที่น่าสังเกตว่านายจตุพรแจ้งสถานะว่า โสด แต่มีบุตร 3  คน แต่แจงเพียง 2 คน คือ ด.ญ.พอเพียง พรหมพันธุ์ มี น.ส.อนุกาญจน์ พรหมกระแส เป็นมารดา และ ด.ช.ปัณณพัฒน์ พรหมพันธุ์ มี น.ส.พรหมภัสสร ณ กาฬสินธุ์ เป็นมารดา  ส่วน ด.ญ.ศดายุ พรหมพันธุ์ ที่มี น.ส.นารีรัตน์ นันเนิ้ง เป็นมารดา ไม่ได้แจงในบัญชีทรัพย์สิน.....(ต่อ)
         
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 40 41 [42] 43 44 ... 134
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!